ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- สถานที่ท่องเที่ยว -

เขต Area
BaiShenChun Coffee Estate BaiShenChun Coffee Estate ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อนในไต้หวัน โดยเฉพาะเขตหนานโถวกระแสการปลูกและดื่มกาแฟยังไม่ได้รับความนิยมมากแบบในปัจจุบัน สมัยก่อนคนในท้องที่นิยมแต่ดื่มชา แต่คุณลุงเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้กลับมีวิสัยทัศน์ที่ต่างกันออกไป สมัยก่อนหากต้องการดื่มกาแฟคุณภาพดี ส่วนใหญ่แล้วต้องไปพึ่งพาคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง โดยเฉพาะแถวตึกแดงในเขตซีเหมินซึ่งเป็นแหล่งค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่ส่งมาจากต่างประเทศ เม็ดกาแฟที่นำมาชงก็เป็นเม็ดกาแฟอิมพอร์ตมาจากต่างประเทศ คุณลุงเจ้าของร้านผู้ซึ่งนิยมชมชอบการดื่มกาแฟจึงเริ่มมาขบคิด ตีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถปลูกกาแฟที่มีคุณภาพได้ในพื้นที่หนานโถวหลังจากลองผิดลองถูก ฝ่าฟันกับอุปสรรคและทะเลาะกับสภาพอากาศมาหลายปี ไร่กาแฟของคุณลุงก็สามารถผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ระดับรางวัลแถวหน้าทั้งในและนอกประเทศ กิจการก็มีการขยายมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันไร่กาแฟแห่งนี้เป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ให้กับร้านกาแฟหลายเจ้าทั้งในและนอกประเทศร้านกาแฟแห่งนี้เหมาะกับแฟนพันธุ์แท้เรื่องกาแฟ นอกจากเจ้าของร้านจะใจดีพูดคุยเล่าเรื่อง แชร์ประสบการณ์เรื่องราวของกาแฟกับผู้มาเยี่ยมเยือนแล้ว หากเวลาและอากาศอำนวย บางครั้งยังพานั่งรถไปชมไร่กาแฟที่อยู่ห่างออกไปไม่นานกันอีกด้วยปัจจุบันร้านนี้ได้รับการสืบต่อโดยทายาทรุ่นที่สอง ลูกชายของคุณลุงเจ้าของร้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Cupping กาแฟ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลจากสถาบันระดับโลกมากมาย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นน่าชื่นใจแทนจริงๆนอกจากจะเปิดร้านกาแฟให้ผู้ที่ผ่านมาผ่านไปได้ลิ้มลองรสชาติหอมหวานแล้ว ที่นี่ยังเปิดเวิร์คช็อปสอนเรื่องงการคั่วและการชงกาแฟ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก เพราะบริเวณเดียวกันเปิดให้บริการที่พักสไตล์ Bed&Breakfast ด้วย
92 Cafe 92 Cafe มองดูจากข้างนอกอาจจะไม่รู้สึกว่าร้านแห่งนี้มีความพิเศษอะไร ตกแต่งก็ดูธรรมดาไม่ได้หวือหวาฮิปสเตอร์ แต่จริงๆแล้วร้านเล็กๆแห่งนี้เป็นคาเฟ่เก๋าประจำของเมือง เรียกว่าฮาร์ดคอร์กาแฟตัวจริงถ้าไม่ได้มาถือว่าพลาด 92 Cafe เป็นหน้าร้านขององค์กรส่งเสริมการผลิตกาแฟประจำเมือง Guoxing ซึ่งจะมีการจัดประกวดแข่งขันเฟ้นหาเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงสุดในเขตหนานโถวทุกปี โดยแต่ละปีมีผู้เข้าร่วมประกวดมากกว่า 100 เจ้า ทำให้การแข่งขันนี้ได้รับความสนใจจากคอกาแฟทั่วประเทศองค์กรนี้จะทำหน้าที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพของท้องถิ่น โดยไร่กาแฟที่ได้มาตรฐานจะมีตราประทับซีลที่บรรจุภัณฑ์ โดยมีระดับคะแนนกำกับชัดเจน หากใครชอบทดลองดื่มกาแฟหลายๆแบบ รับรองว่าชอบ เพราะกาแฟของเขตนี้มีรสชาติ กลิ่นและสัมผัสที่แตกต่างจากกาแฟในท้องตลาดที่เราได้ชิมทั่วๆไป ที่สำคัญหาซื้อไม่ได้จากนอกประเทศ ขนาดในไต้หวันเองยังหายากเพราะผลิตมาได้ในจำนวนน้อย แค่ซัพพอร์ตความต้องการเฉพาะนักดื่มในประเทศยังมีไม่พอ ดังนั้นกาแฟของไม่ค่อยได้พบกาแฟของไต้หวันส่งออกไปขายนอกประเทศบ่อยๆ นอกจากเรื่องคุณภาพแล้วองค์กรส่งเสริมการผลิตกาแฟนี้ยังทำหน้าที่ควบคุมราคาให้ยุติธรรมและยังกระจายความรู้ทางการเพาะปลูกกาแฟ เทคนิคการคั่วและวิธีการชงให้กับเกษตรกร ผู้สนใจและบาริสต้าจากทั่วประเทศกาแฟชื่อดังของร้านเป็นกาแฟที่ปลูกจากไร่ในพื้นที่ เป็นไร่ออแกนิคไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ การเก็บเม็ดกาแฟใช้มือเด็ดเม็ดต่อเม็ด จากนั้นจึงมาผ่านกรรมวิธีขั้นตอนการล้าง การหมัก การคั่วที่ได้มาตรฐาน ผ่านมาจนถึงการชงด้วยบาริสต้าผู้ชำนาญ ถึงแม้ว่าราคาจะสูงถึงแก้วละ 300 เหรียญ แต่อยากให้ลิ้มลองคุณภาพคับแก้วของกาแฟจากไร่แห่งนี้กันสักครั้ง หรือจะซื้อกลับไปเป็นของฝากชิ้นพิเศษสำหรับคนรักกาแฟก็ไดถูกใจผู้รับแน่