ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- สถานที่ท่องเที่ยว -

เขต Area
The sky of Hehuanshan The sky of Hehuanshan ภูเขาเฮอหวนหรือที่คนไต้หวันเรียกกันว่าเฮอหวนชานตั้งอยู่ช่วงกลางของเกาะไต้หวัน ในแต่และช่วงฤดูกาล ภูเขาแห่งนี้มีความสวยงามแตกต่างกันไป ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของดอกกุหลาบพันปีซึ่งเบ่งบานสะพรั่งอยู่ตามยอดเขา ยามย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ภูเขาแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวให้ความรู้สึกสงบเงียบและทรงพลัง ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ยอดสูงสุดของภูเขาเฮอหวนมีความสูงอยู่ที่ 3,422 เมตร ส่วนยอดเตี้ยสุดอยู่ที่ 3,217 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้บริเวณนี้อุดมไปด้วยพืชพรรณหลากหลาย มีการร่วมมือกันระหว่างอุทยานแห่งชาติทาโรโกะและอุทยานเหอฮวนซึ่งเป็น 2 อุทยานใหญ่ที่มีเนื้อที่เชื่อมต่อกัน คอยดูแลปกป้องและรักษาสมดุลของพื้นที่สีเขียวแห่งนี้เอาไว้คนในท้องที่เดินทางมาใช้เวลากับธรรมชาติ ชมดอกไม้ใบไม้และวิวทิวทัศน์ที่ภูเขาแห่งนี้กันตลอดทั้งปี ช่วงฤดูร้อนอากาศในบริเวณนี้เย็นสบายเหมือนติดแอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและมีท้องฟ้าโปร่งสดใส ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นที่นิยมแก่การมาเยี่ยมเยือนของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวหนึ่งกิจกรรมที่ไฮไลท์ที่นักเดินทางนิยมทำกันเมื่อมาเยือนภูเขาแห่งนี้คือการดูดาวพื้นที่อาศัยส่วนใหญ่ของไต้หวันมีความเจริญและความเป็นเมืองสูงทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นดาวในยามค่ำคืนเป็นไปได้ยาก เพราะท้องฟ้าจะสว่างจากแสงไฟตามบ้านและอาคาร แต่ในภูเขาไม่เป็นเช่นนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนของที่นี่มืดสนิท แสงเรืองรองที่เห็นคือแสงสว่างระยิบระยับของดวงดาวเป็นพันๆหมื่นๆดวงที่แข่งกันอวดโฉมบนท้องฟ้ากระพริว้อบแว้บ บนเขามีจุดตั้งแคมป์ให้ความสะดวกแก่นักเดินทางได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างแท้จริง หลายจุดบนเขามีพื้นที่ตั้งแคมป์ที่เหมาะสำหรับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นที่ยังไม่มีอุปกรณ์หรือแบบมืออาชีพที่มีเครื่องไม้เครื่องมือรวมไปถึงเต้นท์ครบแล้วหากสนใจเรื่องดาราศาสตร์เป็นพิเศษ ภูเขาเฮอหวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวหยวนเฟิง (Yuanfeng Astronomical Education Center) ซึ่งมีการจัดบริเวณให้ผู้มาเยือนได้ไปส่องดูแสงดาวและทางช้างเผือก บางช่วงมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่บุคคลภายนอกที่สนใจ แต่เป็นการบรรยายด้วยภาษาจีนเท่านั้นหากยังไม่คุ้นเคยกับบริเวณนี้ สามารถแวะไปสอบถามข้อมูลจากจุดให้บริการที่ทางการจัดไว้ โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 นถึง 16.30 น ปิดเฉพาะวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนและก่อนวันไหว้พระจันทร์ 1 วันจุดให้บริการแห่งนี้นอกจากจะมีข้อมูล แผนที่และเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามแล้ว ยังเป็นที่แสดงนิทรรศการเล็กๆซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาแห่งนี้ สามารถเข้าชมและขอคำแนะนำได้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกจากความสวยงามของท้องฟ้าช่วงค่ำคืน ความงดงามของแสงอาทิตย์ยามเช้าก็โดดเด่นไม่แพ้กันบริเวณที่นักเดินทางนิยมมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นคือบริเวณ Wulin ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของถนนไต้หวัน อยู่ที่ความสูง 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเลWulin ตั้งอยู่ระหว่างยอดหลัก (Main Peak) และยอดทางตะวันออก (East Peak) ของภูเขาหวน ทำให้เห็นวิวเขาต่างระดับ ลดหลั่น ทอดตัวเป็นแแนวยาว ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมในพื้นที่นี้ค่อนข้างมากจนได้สมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งหิมะหากพักอยู่บริเวณฟาร์มชิงจิ้ง การเดินทางมาดูพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณนี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสามารถใช้บริการรถท่องเที่ยว ในพื้นที่โดยทำการจองตั๋วไว้ล่วงหน้าก่อน 1 วัน รถจะมารับตามจุดนัดพบประมาณ 4:00-4:30 น. ขึ้นอยู่กับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตามวันนั้นๆ ขอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จก็จะกลับมาส่งตามที่พัก ซึ่งโดยมากจะตรงกับเวลาทานอาหารเช้ากำลังพอดีช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา (2018) อุทยานเฮอหวนชานได้ดำเนินการสมัครเพื่อเป็นสมาชิก International Dark Sky Park (IDSP) อย่างเป็นทางการจาก International Dark Sky Association ซึ่งกระบวนการอนุมัติจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 ปี หากได้รับตำแหน่ง อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่แรกของไต้หวัน และเป็นอุทยานแห่งที่ 3 ของเอเชียตาม Yeongyang Firefly Eco Park ของประเทศเกาหลีและ Iriomote-Ishigaki National Park ของประเทศญี่ปุ่น แต่ต้องเน้นกันสักนิดว่าอากาศบนเขาค่อนข้างเย็น หากแพลนจะมาทำกิจกรรมประเภทดูดาวหรือชมพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำให้เอาเสื้อหนาว เสื้อกันลมและอุปกรณ์เครื่องให้ความอบอุ่นอื่นๆเตรียมกันมาให้พร้อม
Aowanda National Forest Recreation Area Aowanda National Forest Recreation Area อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในความสวยงาม ยามช่วงฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม นักท่องเที่ยวมากมายหลั่งไหลกันมาดูความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่อุทยานแห่งนี้ อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฟาร์มชิงจิ้ง หากพักอยู่แถวนั้นสามารถจัดเป็นทริปไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ จะใช้บริการรถประจำทางสาธารณะหรือจองโปรแกรมทัวร์ที่มีมากมายให้เลือกทั้งแบบเป็นกรุ๊ปหรือไพรเวทก็สามารถทำได้ วิวใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยอลังการเพราะมีต้นเมเปิ้ลขึ้นอยู่มาก เวลาต้นเมเปิ้ลผลัดใบเปลี่ยนสีจะค่อยๆเปลี่ยน จากสีเขียวเป็นสีแดงสด จนกลายเป็นสีเหลืองทองและน้ำตาลตามลำดับ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยือนทุกคนย่อมอยากเห็นช่วงเวลาพีคของใบไม้เปลี่ยนสี แต่เรื่องของธรรมชาติคาดเดากันได้ลำบาก ความช้าเร็วและช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีจะขึ้นอยู่กับลมหนาวทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่าน มาจากประเทศไซบีเรีย บางปีอุณหภูมิในอุทยานลดลงอย่างมากในชั่วข้ามคืน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใบไม้แดงก่อนเวลาฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีของไต้หวันจะแตกต่างจากที่ญี่ปุ่นและเกาหลี โดยเฉพาะบริเวณหนานโถวซึ่งเป็นภูเขาสูงนี้ ปรากฏการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจะเกิดขึ้นใกล้เคียงกับฤดูหนาว บางทีเข้าฤดูหนาวแล้วยังสามารถเห็นปรากฎกาณ์ใบไม่เปลี่ยนสีนอกจากต้นเมเปิ้ลแล้วในอุทยานยังมีต้น Formosan Sweet Gum ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีลักษณะคล้ายเมเปิ้ลจนหลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน ไม้พันธุ์นี้เวลาเปลี่ยนสีจะกลายเป็นสีส้ม สีเหลืองและน้ำตาลสวยงามไม่แพ้ต้นเมเปิ้ลเวลาทิ้งใบเส้นทางเดินชมธรรมชาติในอุทยานไม่ลำบาก แต่หากใครที่มากับสมาชิกตัวน้อยหรือสมาชิกสูงวัยที่ต้องพึ่งพารถเข็นอาจจะไม่สะดวกมากนักเพราะหลายจุดเป็นขั้นบันได ไม่ได้เป็นทางเรียบที่จะเข็นขึ้นไปได้ง่ายๆ แต่ไม่ต้องเสียดายไป เพราะยังมีอีกหลายจุดที่สามารถชมวิวสวยได้เช่นกันนอกจากความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้วในช่วงต้นปีซากุระบานของที่นี่ก็โดดเด่นไม่อายพื้นที่อื่นๆกันเลยทีเดียว ซากุระของที่อุทยานไม่ต้องใช้ความพยายามในการเดินหามากนัก หากมาตรงฤดูกาลกาลแค่มาถึงลานจอดรถก็เห็นแนวแถวซากุระงามบานสะพรั่งต้อนรับเป็นร้อยต้น เหมาะมากสำหรับการแวะมาปิคนิคหรือเก็บรูปสวยๆเป็นที่ระลึก
Azalea of Hehuanshan Azalea of Hehuanshan หากใครเคยเห็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยวของเขตหนานโถวผ่านตาอาจจะคุ้นเคยกับภาพดอกไม้สีชมพูอ่อนหรือชมพูบานเย็น ทรงพุ่มกันมาบ้าง ดอกไม้ที่เห็นนี้คือดอกกุหลาบพันปีหรือ Azalea ซึ่งเป็นดอกไม้ในสกุล Rhododendron หรือกุหลาบป่านั่นเอง ดอก Azalea นี้ในทวีปเอเชียส่วนใหญ่จะพบอยู่ตามภูเขาสูงเกิน 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงไม่แปลกที่ดอกไม้นี้จพบอยู่มากแถบภูเขาเฮอหวนซึ่งเป็นภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตรฤดูกาลของดอก Azalea จะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายน แต่ละปีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ จุดที่นิยมชมดอก Azalea มี 2 บริเวณคือ Main Peak ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตรและ East Peak ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จริงๆแล้วบริเวณอื่นๆก็ยังสามารถเห็นดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่ประปราย แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าสองบริเวณนี้ อีกทั้งเส้นทางอื่นมักใช้เวลานานและเข้าถึงได้ยากกว่า โดยเฉพาะ Main Peak เพราะภูมิศาสตร์เอื้อให้ กับการเติบใหญ่ของไม้พันธุ์นี้ถึงแม้ว่าช่วงเดือนพฤษภาซึ่งเป็นช่วงพีคของดอกกุหลาบป่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศบนยอดเขาเฮอหวนค่อนข้างเย็น บางวันมีหมอกและฝน ดังนั้นหากตั้งใจจะไปชมกุหลาบป่าแนะนำให้นำเสื้อกันฝนกันลมและอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นติดมาเผื่อไว้เส้นทางสู่ Main Peak ของยอดเเขาเฮอหวนใช้เวลาเดินจากที่จอดรถใช้แค่ 30 - 60 นาทีก็ถึงยอด ขึ้นอยู่กับ ว่าหยุดพักบ่อยแค่ไหน ทางเดินขึ้นเขาสะดวก กว้างและไม่ยาก ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์พิเศษใดๆมาแต่ถ้าใครมากับผู้ใหญ่และเด็กเล็ก หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอาจจะต้องระวังให้มากอีกนิด เพราะยอดเขาอยู่ที่ความสูง 3,417 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศจะเบาบางกว่าปกติทำให้เหนื่อยง่ายกว่า แต่ถ้าไม่เร่งค่อยๆเดินก็ไม่มีปัญหา ผู้สูงอายุไต้หวันเขาก็มาเที่ยวกันเป็นธรรมดา แนะนำให้เตรียมน้ำและเสบียงรองท้องมาให้พร้อม เพราะบนเขาไม่มีร้านขาย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำเพราะมีให้บริการสะอาดสะอ้านดอก Azalea แถบนี้ทั้งสีอ่อนและเข้ม ไล่ไปตั้งแต่ขาว ชมพู่อ่อน ชมพูเข้ม แปลกดีที่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ริมหน้าผา อากาศบนเขาคาดเดาได้ยาก บางวันจากฟ้าใสๆกลายเป็นหมอกหนามองลงไปไม่เห็นด้านล่างก็มี แต่ไม่ต้องทดท้อต่อโชคชะตาเพราะขนาดหมองหนาก็ยังสวย วิวที่เห็นเบื้องหน้าดูฝันๆ มีกลุ่มเมฆลอยผ่านมาเป็นระยะๆ หากอดใจรอบางครั้งมีลมพัดผ่าน ท้องฟ้ากลับมาใสก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดอยู่บ่อยครั้ง ถ้าใครไปเที่ยวในวันที่ฟ้าใส แดดจัด สามารถมองลงมาได้เห็นวิวพาโนรามาแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว
National Taiwan University Highland Experimental Farm National Taiwan University Highland Experimental Farm ฟาร์มแห่งนี้อยู่ใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือ National Taiwan University อายุอานามของฟาร์มยาวนาน เพราะก่อตั้งกันมาตั้งแต่ปี 1937 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ไต้หวันยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศญี่ปุ่น ชื่ออย่างเป็นทางการของฟาร์มในสมัยก่อนคือ Wu-She Highland Farm แต่เมื่อได้รับการดูแลอยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นเวอร์ชั่นแบบในปัจจุบันจุดประสงค์สำคัญของฟาร์มนี้หลักๆคือเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองของนักเรียน นักศึกษาและเจ้าหน้าที่วิจัยของมหาวิทยาลัย บางโอกาสมีการจับมือแลกเปลี่ยนความรู้จากหน่วยงานและองค์รภายนอกพื้นที่ในฟาร์มมีขนาดใหญ่ถึงเกือบ 6,700 ไร่ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ความสูงตั้งแต่ 900 ไปจนถึง 2,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์เหมาะแก่การทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกไม้ต่างๆสำหรับนักเดินทางอย่างเรา ทางฟาร์มมีบริการห้องพัก ให้เราได้ดื่มด่ำกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สระยะสั้นแบบครึ่งวันหรือยาวขึ้นถึง 3 วัน กิจกรรมเหล่านี้ทางฟาร์มจะอัพเดทไว้ทางเว็บไซต์เสมอ ต้องเช็คกันก่อนล่วงหน้า ไม่สามารถวอร์คอินเข้าไปร่วมได้ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมประเภทครึ่งวันซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นพาเดินแนะนำ ชมพรรณไม้รอบๆพื้นที่ กิจกรรมแบบนี้สามารถเข้าไปแทนได้เลยไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าช่วงต้นปีประมาณตรุษจีน ที่นี่เป็นจุดชมซากุระสวยอีกแห่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก แต่ที่เป็นเพชรเม็ดงามซ่อนไว้ท่ามกลางหุบเขา คือทุ่งดอกลาเวนเดอร์ซึ่งจะออกกันช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม หากเดินทางมาช่วงนั้นยังมีโอกาสได้เห็นดอกไฮเดรนเยียสีหวานที่ออกอวดโฉมในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วยหากใครชอบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปปิ้งที่ร้านขายของที่ระลึกของทางฟาร์ม นอกจากจะได้ของดีราคายุติธรรมกลับบ้านแล้วยังเป็นการสนับสนุนโครงการดีๆ หลายๆผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าทำมือ มีจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นถ้าชอบก็อย่าลังเล ไม่เช่นนั้นมาคราวหน้าอาจจะไม่เจอแล้วก็เป็นได้
ภูเขาเฮอหวน Hehuanshan ภูเขาเฮอหวน Hehuanshan ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาปักหลักรอดูแสงแรกของวันกัน จากชิงจิ้งใช้เวลาประมาณ 40 นาที (ทางรถยนต์) เพื่อเดินทางมาถึงจุดชมวิว นอกจากจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามแล้ว ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนไฮเวย์ที่สูงที่สุดของไต้หวันอีกด้วย โดยมีความสูงอยู่ที่ 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเลทุกปีจะมีการแข่งขันปั่นจักรยานจากเมืองผูลี่ Puli ขึ้นสู่อู๋หลิง Wuling Point โดยมีระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร และเป็นทางชันขึ้นเขาเกือบ 2,500 เมตร ตลอดเส้นทาง ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายนเป็นฤดูกาลของดอกกุหลาบป่าหรือ Azalea ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนภูาเฮอหวน เพื่อชมความงามของทุ่งดอกไม้สีชมพูเข้มสลับอ่อนริมหน้าผาเป็นจำนวนมาก ภูเขาเฮอหวนเป็นหนึ่งในภูเขาที่นักเดินป่านิยมมาทดสอบฝีเท้าเพราะมียอดเขาให้พิชิตด้วยกันถึงห้ายอด ได้แก่ Main Peak ระยะทาง 1.8 กิโลเมตรEast Peak ระยะทาง 1 กิโลเมตรNorth Peak ระยะทาง 2 กิโลเมตรWest Peak ระยะทาง 6.7 กิโลเมตร (เส้นทางนี้ต้องขอใบอนุญาตก่อน)Shimen Peak ระยะทาง 784 เมตร หากใครมีแพลนจะขึ้นพิชิตยอดเขา อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อม เพราะนอกจากอุณหภูมิที่เย็นกว่าในเมืองมากแล้ว สภาพอากาศที่แปรปรวน เช่นลมแรงและฝน อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปชมดอกกุหลาบป่า แนะนำให้เลือกเส้นทาง Main Peak และ East Peak
​สะพานลอยฟ้าชิงจิ้ง Cingjing Skywalk ​สะพานลอยฟ้าชิงจิ้ง Cingjing Skywalk สะพานลอยฟ้าแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อกลางปี 2017 ปัจจุบันความยาวของสะพานอยู่ที่ 1.2 กิโลเมตร และยังคงมีการสร้างขยายเส้นทาง แต่เดิมหากจะชมวิว ถ้าไม่นับว่าแวะไปใช้บริการตามร้านอาหาร ที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการสร้างระเบียงยื่นออกไปในอากาศแล้ว การชมวิวส่วนใหญ่มักมีถนนกั้นอยู่เสมอ สะพานลอยฟ้าแห่งนี้ทำให้เราสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติได้เต็มที่ แบบไม่มีอะไรบดบัง ในวันที่อากาศดีท้องฟ้าเป็นสีครามใส เราสามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา และหากโชคดีบางครั้งมีกลุ่มก้อนเมฆ ลอยผ่านมาเป็นระยะๆ ให้ความรู้สึกเสมือนว่าเรากำลังเดินอยู่ในอากาศเลย
​ฟาร์มชิงจิ้ง Cingjing Farm ​ฟาร์มชิงจิ้ง Cingjing Farm เมื่อหลายปีก่อนที่ดินแถวนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านทหารผ่านศึกที่เกษียณอายุแล้ว ต่อมามีการปฏิรูปและพัฒนาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของไต้หวัน ด้วยภูมิศาสตร์ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,750 เมตร ทำให้อากาศบนเขาแถวชิงจิ้งดีตลอดปี โดยอุณหภูมิในหน้าร้อนส่วนใหญ่ไม่เกิน 20 ต้นๆองศา ขณะที่อากาศในเขตพื้นราบบางแห่งเกิน 35 องศาเสียอีก ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายและความหลากหลายของต้นไม้ใบหญ้านานาพรรณที่นำเข้ามาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ชิงจิ้ง มีชื่อเล่นว่าเป็น Swiss Alpine ของไต้หวัน ไฮไลท์ของที่นี่นอกจากอากาศดีและวิวภูเขาสวยแบบ 360 องศาแล้ว ยังมีฟาร์มแกะขนปุกปุยน่ารัก ให้ได้เล่น ได้ถ่ายรูปน่ารักๆกันอีกด้วย ภายในฟาร์มแบ่งพื้นที่เป็น 3 แห่ง จุดแรกเป็นที่พัก อีกสองแห่งคือ Cingjing Green Green Grass Land และ Small Swiss Garden Cingjing Green Green Grass Land: จะเป็นบริเวณจุดชมวิวหลักที่ฝูงแกะอาศัย วันเสาร์ อาทิตย์และช่วงปิดเทอมหน้าร้อนจะมีการแสดงโชว์พิเศษของฝูงแกะ เช่นการโชว์ตัดขนและการต้อนฝูงแกะ ส่วนวันธรรมดาจะมีการโชว์การขี่ม้าผาดโผน Small Swiss Garden: นอกจากเป็นสวนดอกไม้ที่ตกแต่งเปลี่ยนธีมไปตามฤดูและเทศกาลสำคัญต่างๆแล้ว ช่วงกลางคืนยังมีการแสดงระบำน้ำพุประกอบแสง สี เสียงอีกด้วย ด้านหน้าของสวนนอกจากมีร้านขายของที่ระลึกกระจุกกระจิกน่าสนใจแล้ว บางคืนยังมีการแสดงดนตรีสดอีกด้วย