ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- ข่าวสารล่าสุด -

​วัดสวนจ้างและวัดสวนกวง Xuanzang Temple and Xuanguang Temple ​วัดสวนจ้างและวัดสวนกวง Xuanzang Temple and Xuanguang Temple วัดสวนจ้างสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปีค.ศ. 1965 เพื่อเป็นที่บรรจุและสักการะพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและพระถังซัมจั๋ง (หรือ “เสวียนจั้ง” ในภาษาจีนกลาง) พระถังซัมจั๋งบวชเรียนเป็นสามเณร ณ เมืองลั่วหยาง ประเทศจีนตั้งแต่อายุ 13 ปี มีความเลื่อมใสในพุทธศานาเป็นอย่างมาก เมื่อสิ้นราชวงศ์สุยและเปลี่ยนเป็นราชวงศ์ถัง จึงตัดสินใจออกเดินทางไปแสวงธรรมที่ประเทศอินเดีย โดยศึกษาพระธรรมอยู่ที่นั่นนานถึง 17 ปี รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 19 ปี เมื่อเดินทางกลับจีนได้นำพระไตรปิฎกฉบับภาษาสันสกฤตมาแปลเป็นภาษาจีนและถ่ายทอดต่ออีกด้วย หากมาที่วัดแห่งนี้ในช่วงเช้า ด้านหน้าของวัดจะสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้น แสงสีส้มอ่อนที่สะท้อนกับเงาทะเลสาบในวันฟ้าใส ได้บรรยากาศที่สงบสบายอย่างเปรียบไม่ได้ตรงประตูทางเข้าวัดมีระฆังแขวนอยู่ เรียกระฆังนี้ว่า “ระฆังตื่นรู้” ห่างจากวัดสวนจ้างประมาณ 850 เมตรเป็นวัดสวนกวง วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระถังซัมจั๋ง สถานที่ตั้งวัดอยู่ทางใต้ ตรงจุดแบ่งแยกฝั่งพระจันทร์และพระอาทิตย์ของทะเลสาบพอดิบพอดี
​ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซาน Xiangshan Visitor Center ​ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซาน Xiangshan Visitor Center สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ฝีมือการออกแบบของสถาปนิกญี่ปุ่น Mr.Dan Norihiko ทำให้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจุดแวะถ่ายรูปที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของทะเลสาบสุริยันจันทรา หากมองจากมุมสูงจะเห็นว่าตัวอาคารเป็นเสมือนสองวงแขนกำลังอบกอดทะเลสาบอยู่ ตัวอาคารสร้างด้วยคอนกรีตที่มีการลงลายไม้ เพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ตัวอาคารมีความยาว 34 เมตรและสูงถึง 8 เมตร ทำให้ผู้ที่แวะมาสามารถชมความงามของทะเลสาบสุริยันจันทราได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง นอกจากเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นพื้นที่แสดงผลงานศิลปะที่ ได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามของทะเลสาบอีกด้วย จุดชมวิวไฮไลท์ของที่นี่อยู่ตรงมุมสระน้ำไร้ขอบ ซึ่งสามารถเห็นวิวต่อเนื่องจากสระน้ำทอดยาวไปถึงทะเลสาบ ให้ความรู้สึกกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
​วัดเหวินหวู่ Wenwu Temple ​วัดเหวินหวู่ Wenwu Temple สร้างขึ้นในปี 1938 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 1969 วัดเหวินหวู่เป็นที่ประดิษฐานของเทพกวนอู เทพเจ้าแห่งโชคลาภและบารมีกับเทพเย่ว์เฟย สมัยอาณานิคมญี่ปุ่นมีการสร้างเขื่อน ทำให้วัดสองแห่งซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานของเทพสององค์นี้จมอยู่ใต้น้ำ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวัดขึ้นใหม่และเชิญมาประดิษฐานที่วัดเหวินหวู่แห่งนี้ ด้านหน้าของวัดอาจจะดูพลุกพล่านหน่อย แนะนำให้เดินเข้ามาด้านในจะรู้สึกได้ถึงความสงบ นอกจากนี้ยังสามารถชมความงาม ของกำแพงหินแกะสลักขนาดใหญ่และวิวด้านบนของวัด จากมุมนี้เราจะสามารถวิวทะเลสาบได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง ด้านหน้าวัดมีกระดิ่งสีทองจำนวนมากแขวนอยู่ เชื่อว่าผู้ที่นำกระดิ่งประจำปีนักษัตรของตนไปแขวนที่บันไดตรงกับประจำวันเกิดของตนจะทำให้พรนั้นสมหวัง บันไดทั้งหมดมีด้วยกัน 366 ขั้น ตามจำนวนวันรวมถึงปีอธิกสุรทิน (ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน)
​ศูนย์นิเวศวิทยาแห่งทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Ecological Garden ​ศูนย์นิเวศวิทยาแห่งทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Ecological Garden ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินพิเศษซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ ลักษณะดินเป็นป่าพรุ (Peat Soil) ซึ่งมีน้ำขังอยู่ใต้ดินตลอดปี เวลาเดินจะรู้สึกหยุ่นๆ จึงทำให้ไม่เหมาะแก่การปลูกไม้พันธุ์ใหญ่ แต่ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์และอากาศที่เหมาะสม ทำให้บริเวณนี้สามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นดอกทานตะวัน ดกกไม้จีน อัญชันหรือเสาวรส โดยเฉพาะดอกไม้จีน ซึ่งมีให้ชมมากกว่าสิบสายพันธุ์ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมจะเป็นช่วงฤดูกาลของดอกไม้จีนบานสะพรั่ง แนะนำให้แวะมาเดินเล่นกันก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพราะเมื่อแสงแห่งวันลับฟ้าไปแล้ว ดอกไม้จีนจะหุบตามธรรมชาติ นอกจากเปิดให้ชมแล้ว หากสนใจยังสามารถติดต่อขอความรู้ศึกษาเรื่องพรรณไม้ได้อีกด้วย
​ทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake ​ทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake ทะเลสาบสุริยันจันทราเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ตั้งอยู่ที่ความสูง 748 เมตรจากระดับน้ำทะเล สมัยก่อนช่วงที่ไต้หวันยังอยู่ในอาณานิคมของรัฐบาลญี่ปุ่น ทางการได้ปล่อยน้ำเข้ามาที่แอ่งนี้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ พื้นที่ในทะเลสาบอยู่ที่ประมาณ 8 ตารางกิโลเมตร ความลึกสูงสุด 30 เมตร แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้ลงไปว่ายน้ำ ยกเว้นเทศกาลการแข่งขันว่ายน้ำประจำปีในช่วงเดือนกันยายนเท่านั้น ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามรายล้อมไปด้วยทิวเขา จึงไม่ควรพลาดลงเรือชมทัศนียภาพจากกลางน้ำ รูปทรงของทะเลสาบมองแล้วคล้ายกับพระจันทร์และพระอาทิตย์มาจรดกัน ฝั่งตะวันออกคล้ายดวงอาทิตย์ ส่วนฝั่งใต้คล้ายเสี้ยวจันทร์ตลอดวันทัศนียภาพจะต่างกันไป ช่วงเช้ามีหมอกปกคลุมอ่อนๆ น้ำในทะเลสาบก็นิ่ง ดูเหมือนกระจกสะท้อนความงามแห่งท้องฟ้า ตอนกลางวันหากอากาศดีฟ้าจะโปร่งใส เหมาะแก่การเดินเล่นหรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ ระยะทางรอบทะเลสาบประมาณ 27 กิโลเมตร แต่ถ้ามีเวลาไม่มากแนะนำให้ไปเริ่มที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสุ่ยเซ่อ (Shuishe) ตรงนั้นมีเส้นทางปั่นไฮไลท์ระยะทางแค่ประมาณ 5 กิโลเมตร ช่วงเย็นแนะนำให้ลองขึ้น กระเช้าลอยฟ้าไปชมวิวก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ยามแสงสีส้มของอาทิตย์อัสดงแตะน้ำ โรแมนติกมากๆกระเช้าลอยฟ้ามีระยะทาง 1.88 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7 นาที นอกจากความสวยงามของทะเลสาบแล้ว รอบๆ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดสำคัญๆหรือหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม ที่นอกจากมีการแสดงที่น่าสนใจแล้วยังเป็นสวนสนุกอีกด้วย
​หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม Formosan Aboriginal Culture Village ​หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม Formosan Aboriginal Culture Village พื้นที่แห่งนี้เดิมทีเป็นพื้นที่แสดงวัฒนธรรมชนเผ่า เก่าแก่ของไต้หวัน ซึ่งเมื่อ 31 ปีก่อนยังมีแค่ 9 เผ่า แต่ปัจจุบันหลังจากมีการศึกษาอย่างละเอียดก็พบว่าชนเผ่าเก่าแก่ของไต้หวันมีอยู่ด้วยกันถึง 16 เผ่าหลักๆได้แก่ชนเผ่า Amis Atayal Bunun Paiwan Rukai Saysiyat Puyuma Tao Tsou Thao Kebalan Truku Sakizaya Seediq Hla'alua และ Kanakanavu (บางครั้งมีการนับรวมชนเผ่าเล็กอื่นๆเข้าด้วยกันเป็น 17 ชนเผ่า) หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 387 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่หุบเขา เชื่อมต่อกับทะเลสาบสุริยันจันทราทั้งทางถนนและกระเช้าลอยฟ้า ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซนได้แก่:1.โซนวัฒนธรรม: พื้นที่จัดการแสดง สิ่งปลูกสร้างและพิพิธภัณฑ์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับชนเผ่าต่างๆของไต้หวัน มีการ จัดแสดงและผูกเรื่องราวเอาไว้อย่างน่าสนใจ นอกจากจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ ที่หาดูได้ยากแล้ว เรายังได้เห็นที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้นอีกด้วย เพลิดเพลินกับการเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสเรื่องราวในอดีตแล้ว อย่าลืมหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม DIY ที่น่าสนใจหรือลองแต่งชุดชนเผ่าดูสักครั้ง พื้นที่ในโซนนี้ในช่วงต้นปีประมาณเดือนกุมภาถึงเดือนมีนาคมจะเป็นช่วงดอกซากุระบาน สวนซากุระของที่นี่เป็นแห่งเดียวที่ได้การรับรองจากประเทศญี่ปุ่นว่าได้มาตรฐานความงามควรค่าแก่การมาเยือน ซากุระของที่นี่เป็นซากุระป่าพันธุ์ไต้หวัน มีซากุระป่าสีแดงพันธุ์พื้นเมืองซึ่งจะเบ่งบานประมาณช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือเทศกาลวันแห่งความรักพอดิบพอดี ช่วงเทศกาลดอกซากุระบาน จะมีการจัดแสดงแสงสีในยามค่ำคืน ทางหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรมจะขยายเวลาให้บริการจาก 17.00 เป็น 20.00 น.แทน 2.โซนสวนสนุก:สวนสนุกขนาดใหญ่ที่มีเครื่องเล่นมากมาย เหมาะสำหรับทั้งวัยเล็กวัยใหญ่ อย่าพลาดแวะไปเล่น Space Mountain และไวกิ้งสุดพิเศษ ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี VR (Visual Reality) มาผสมผสา หากชอบความตื่นเต้นแนะนำให้ลองไปสัมผัสประสบการณ์เครื่องเล่น UFO Mega Drop ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูงถึง 85 เมตร สูงที่สุดของไต้หวันกันเลยทีเดียว 3.โซนสวนดอกไม้: ถึงแม้โดยรอบจะปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณและโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทางหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรมทำยังมีการจัดโซนสวนยุโรป บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ทำให้ที่นี่เป็นสวนดอกไม้สไตล์ยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน สามารถมาสัมผัสประสบการณ์ทุ่งดอกลาเวนเดอร์กันได้