ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- สถานที่ท่องเที่ยว -

เขต Area
Nantou Bed and Breakfast Association Nantou Bed and Breakfast Association (1)《Nantou Bed and Breakfast Association》Nantou Bed and Breakfast Association invites you to slow down and walk into the heart of Taiwan, Nantou County, there are full of scenery, cuisine, kindness, and special B&B.[Nantou Good Food B&B] is the only B&B brand that has been verified by the international SGS to provide each traveller with local safe ingredients to make meals. [Happy Shop] shares fresh seasonal fruits and vegetables of friendly farmers, and displays Nantou's craftsmanship and multicultural life. Welcome to Nantou Good Food B&B and experience the beauty of Nantou.【INFO】Tel:+886-49-2911899Fax:+886-49-2911283Web:http://www.nantou.org.tw/Add:No. 1, Daxue Rd., Puli Township, Nantou County 545, Taiwan (R.O.C.)Email:nbbsecre@gmail.com (2)《The Cotswolds Villa》The only handmade bread served in Cingjing. Taste it with the serenity & watch the fluffy clouds dance among the mountains. Located at the altitude of 2,000M, The Cotswolds Villa is just 500M away from Cingjing Farm, and 20M from the bus stop. The hosts—Daisy & Asungo, who planned to emigrate their family to Canada in the late 90s, founded the property that resembles the Cotswolds of the UK.The Cotswolds Villa is the first building in Cinjing built to be earthquake resistant (SRC). From the chimney caps handcrafted by the local pottery master, the vintage furniture carved from mahogany, to imported French paintings, Daisy & Asungo carefully decorate the property in and out, and surround the villa with various cypresses, maples, and cherry trees—with a hint of European rusticity.To ensure travelers the homey comfort, Daisy enrolled and has passed the professional training program to be a certified baker. Her daughter, Karina, who was working in semiconductor industry at TSMC, advances further and has got the highest certification as both bread & pastry chefs. Karina, who recently returned from UC San Diego (California, USA), is an outdoor enthusiast. She loves backpacking & hiking, and would love to show their guests what Taiwan’s mountains have got to offer. “Email us your plan and which nearby mountain you want to go. My friend and I can give you an in-depth and unforgettable backpacking experience in Taiwan,” She adds with eyes sparklingly. The mother & daughter together knead local produce and natural ingredients (eg. persimmons, cherry blossoms, roses, beet roots…) into their breads, and served daily in the breakfast buffet. “At 16°C and with mountains in the eyes, we make our breads wholeheartedly, and welcome our guest with utmost sincerity,” Daisy & Karina say proudly.【INFO】Tel:+886-49-2802388Fax:+886-49-2802863Web:http://www.cotswolds.com.tw/Add:No. 206-11, Renhe Rd., Ren’ai Township, Nantou County 546, Taiwan (R.O.C.)Email:cotswoldvilla@yahoo.com.tw
สวนหมิงฉีน Ming Ging Farm สวนหมิงฉีน Ming Ging Farm สวนหมิงฉีน ตั้งอยู่ภาคกลาง ของเมืองไต้หวัน เมืองหนานโถว สวนหมิงฉีนอยู่ติดกับ สวนฟารม์ชิงจิ้น ซึ่งจากความสูง 1700 เมตร นี้ สามารถทำให้ มองเห็นวิว จากบนภูเขาสูง ที่งดงามมาก อากาศที่นี้ บริสุทธิ์ บนภูเขา มี ผักผลไม้ที่ สด สะอาดและอร่อย และ ที่ สวนหมิงฉีนนี้ก็มี กิจกรรม ให้ ลองชิม ผลไม้ ต่าง ๆ ตามฤดูกาล และที่นี้ มีห้องพัก ที่ สะอาด หรู มีระดับในห้อง มี แอร์ เย็น และ แอร์ร้อน ไว้คอยต้อนรับทุกท่าน มี มินิบาร์ และ อินเตอร์เนตฟรี อุปกรณ์ ที่ทันสมัย รอคอยทุกท่าาน ขึ้น มา สัมผัส.【INFO】เบอร์โทรจองห้องพัก:+886-49-2803888เบอร์แฟกซ์:+886-49-2803881Web:http://www.mg.com.twAdd:เลขที่ 43 ซอย หลง กัว หมู่บ้าน ต้า โถ่ง เขต เหริน อ้าย จังหวัด หนานโถว เมือง ไต้หวันEmail:mg@mg.com.tw
Newer Resort & Spa Newer Resort & Spa NEWER สวนศิลปะก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1987 เดิมทีสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อแสดงผลงานหินแกะสลักของศิลปิน-หลินยวน ภายในสวนมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่อยู่รวมกับงานศิลปะได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องสปา ห้องสัมมนาเป็นต้นNEWER ร้านอาหารซินจิ้งร้านอาหารที่กว้างขวางในบรรยากาศสบายๆ วัตถุดิบที่เลือกใช้เป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เชฟได้คิดและปรุงอย่างปราณีต กลายเป็นเมนูท้องถิ่นที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและรับรองแขกเป็นอย่างยิ่งNEWER โรงเบียร์นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้พักผ่อนในช่วงเวลายามบ่าย มาดื่มกาแฟหอมเข้มสักแก้ว ให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ…เมื่อตะวันลับตาลงคุณก็สามารถดื่มด่ำกับเบียร์เย็นฉ่ำภายใต้แสงไฟสลัว ให้คุณผ่อนคลายความเครียดได้อย่างเต็มที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านไม้ร้านอาหารแห่งนี้เสิร์ฟอาหารแบบไม่มีเมนูซึ่งปรุงอาหารจากวัตถุดิบออร์แกนิกจากท้องถิ่น ให้คุณสัมผัสกับบรรยากาศร้านอาหารในสถาปัตยกรรมจากไม้ด้วยตนเองร้านอาหารเทปังยากิร้านอาหารแห่งนี้ปรุงอาหารแบบผสมผสานทั้งแบบอเมริกันและญี่ปุ่น เชฟจะรังสรรค์วัตถุดิบแต่ละชนิดให้กลายเป็นอาหารเลิศรสจานแล้วจานเล่าที่งดงามดั่งผลงานศิลปะที่มีสีสันชวนน่ารับประทานNEWER บ้านไม้สไตล์อเมริกันต้อนรับยามเช้าด้วยกลิ่นอายของไม้จากธรรมชาติ เสียงจากเหล่าแมลงและฝูงนก ให้คุณผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงจากธรรมชาติ【INFO】Tel:+886-49-2912248Fax:+886-49-2914341Web:http://www.neweraart.com.tw/Add:No. 1, Sec. 4, Zhongshan Rd., Puli Township, Nantou County 545, Taiwan (R.O.C.)Email:nearssale@gmail.com
Formosan Aboriginal Culture Village Formosan Aboriginal Culture Village หมู่บ้านวัฒนธรรมเก้าเผ่าตั้งอยู่ใจกลางเกาะไต้หวัน โดยมีกระเช้าลอยฟ้าเชื่อมต่อกับทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นสวนสนุกแห่งหนึ่งที่มีความหลากหลาย และถูกสร้างขึ้นในหัวข้อชนเผ่าพื้นเมืองของไต้หวัน ในปี 2019 นี้ได้เพิ่มเครื่องเล่นใหม่ล่าสุด ชายฝั่งทะเลสเปน และยังมีเครื่องเล่นอื่นอีกมากมาย เพื่อให้หมู่บ้านวัฒนธรรมเก้าเผ่ากลายเป็นสวนสนุกที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เครื่องเล่นใหม่ ชายฝั่งทะเลสเปนนี้สร้างเป็นตัวอาคารที่สูงใหญ่ ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคและมีสีสันสดใสเป็นหลัก ที่รวบรวมเครื่องเล่นห้าชนิดไว้ด้วยกัน มีความพิเศษที่น่าลองเล่นดูสักครั้ง ตลอดปีสี่ฤดูกาลที่หมู่บ้านวัฒนธรรมเก้าเผ่านั้นล้วนมีความสวยงาม ชมดอกลาเวนเดอร์ในฤดูใบไม้ผลิ เล่นน้ำเย็นฉ่ำใจที่ชายฝั่งทะเลสเปนในช่วงฤดูร้อน เทศกาลกระเช้าลอยฟ้าในฤดูใบไม้ร่วง ชมดอกซากุระในฤดูหนาว จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดของไต้หวัน【INFO】Tel:+886-49-2895361Fax:+886-49-2896233Web:https://www.nine.com.tw/ Add:No. 45, Jintian Ln., Yuchi Township, Nantou County 55544, Taiwan (R.O.C.)Email:service@nine.com.tw
The sky of Hehuanshan The sky of Hehuanshan ภูเขาเฮอหวนหรือที่คนไต้หวันเรียกกันว่าเฮอหวนชานตั้งอยู่ช่วงกลางของเกาะไต้หวัน ในแต่และช่วงฤดูกาล ภูเขาแห่งนี้มีความสวยงามแตกต่างกันไป ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของดอกกุหลาบพันปีซึ่งเบ่งบานสะพรั่งอยู่ตามยอดเขา ยามย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ภูเขาแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวให้ความรู้สึกสงบเงียบและทรงพลัง ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ยอดสูงสุดของภูเขาเฮอหวนมีความสูงอยู่ที่ 3,422 เมตร ส่วนยอดเตี้ยสุดอยู่ที่ 3,217 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้บริเวณนี้อุดมไปด้วยพืชพรรณหลากหลาย มีการร่วมมือกันระหว่างอุทยานแห่งชาติทาโรโกะและอุทยานเหอฮวนซึ่งเป็น 2 อุทยานใหญ่ที่มีเนื้อที่เชื่อมต่อกัน คอยดูแลปกป้องและรักษาสมดุลของพื้นที่สีเขียวแห่งนี้เอาไว้คนในท้องที่เดินทางมาใช้เวลากับธรรมชาติ ชมดอกไม้ใบไม้และวิวทิวทัศน์ที่ภูเขาแห่งนี้กันตลอดทั้งปี ช่วงฤดูร้อนอากาศในบริเวณนี้เย็นสบายเหมือนติดแอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและมีท้องฟ้าโปร่งสดใส ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นที่นิยมแก่การมาเยี่ยมเยือนของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวหนึ่งกิจกรรมที่ไฮไลท์ที่นักเดินทางนิยมทำกันเมื่อมาเยือนภูเขาแห่งนี้คือการดูดาวพื้นที่อาศัยส่วนใหญ่ของไต้หวันมีความเจริญและความเป็นเมืองสูงทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นดาวในยามค่ำคืนเป็นไปได้ยาก เพราะท้องฟ้าจะสว่างจากแสงไฟตามบ้านและอาคาร แต่ในภูเขาไม่เป็นเช่นนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนของที่นี่มืดสนิท แสงเรืองรองที่เห็นคือแสงสว่างระยิบระยับของดวงดาวเป็นพันๆหมื่นๆดวงที่แข่งกันอวดโฉมบนท้องฟ้ากระพริว้อบแว้บ บนเขามีจุดตั้งแคมป์ให้ความสะดวกแก่นักเดินทางได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างแท้จริง หลายจุดบนเขามีพื้นที่ตั้งแคมป์ที่เหมาะสำหรับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นที่ยังไม่มีอุปกรณ์หรือแบบมืออาชีพที่มีเครื่องไม้เครื่องมือรวมไปถึงเต้นท์ครบแล้วหากสนใจเรื่องดาราศาสตร์เป็นพิเศษ ภูเขาเฮอหวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวหยวนเฟิง (Yuanfeng Astronomical Education Center) ซึ่งมีการจัดบริเวณให้ผู้มาเยือนได้ไปส่องดูแสงดาวและทางช้างเผือก บางช่วงมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่บุคคลภายนอกที่สนใจ แต่เป็นการบรรยายด้วยภาษาจีนเท่านั้นหากยังไม่คุ้นเคยกับบริเวณนี้ สามารถแวะไปสอบถามข้อมูลจากจุดให้บริการที่ทางการจัดไว้ โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 นถึง 16.30 น ปิดเฉพาะวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนและก่อนวันไหว้พระจันทร์ 1 วันจุดให้บริการแห่งนี้นอกจากจะมีข้อมูล แผนที่และเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามแล้ว ยังเป็นที่แสดงนิทรรศการเล็กๆซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาแห่งนี้ สามารถเข้าชมและขอคำแนะนำได้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกจากความสวยงามของท้องฟ้าช่วงค่ำคืน ความงดงามของแสงอาทิตย์ยามเช้าก็โดดเด่นไม่แพ้กันบริเวณที่นักเดินทางนิยมมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นคือบริเวณ Wulin ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของถนนไต้หวัน อยู่ที่ความสูง 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเลWulin ตั้งอยู่ระหว่างยอดหลัก (Main Peak) และยอดทางตะวันออก (East Peak) ของภูเขาหวน ทำให้เห็นวิวเขาต่างระดับ ลดหลั่น ทอดตัวเป็นแแนวยาว ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมในพื้นที่นี้ค่อนข้างมากจนได้สมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งหิมะหากพักอยู่บริเวณฟาร์มชิงจิ้ง การเดินทางมาดูพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณนี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสามารถใช้บริการรถท่องเที่ยว ในพื้นที่โดยทำการจองตั๋วไว้ล่วงหน้าก่อน 1 วัน รถจะมารับตามจุดนัดพบประมาณ 4:00-4:30 น. ขึ้นอยู่กับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตามวันนั้นๆ ขอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จก็จะกลับมาส่งตามที่พัก ซึ่งโดยมากจะตรงกับเวลาทานอาหารเช้ากำลังพอดีช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา (2018) อุทยานเฮอหวนชานได้ดำเนินการสมัครเพื่อเป็นสมาชิก International Dark Sky Park (IDSP) อย่างเป็นทางการจาก International Dark Sky Association ซึ่งกระบวนการอนุมัติจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 ปี หากได้รับตำแหน่ง อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่แรกของไต้หวัน และเป็นอุทยานแห่งที่ 3 ของเอเชียตาม Yeongyang Firefly Eco Park ของประเทศเกาหลีและ Iriomote-Ishigaki National Park ของประเทศญี่ปุ่น แต่ต้องเน้นกันสักนิดว่าอากาศบนเขาค่อนข้างเย็น หากแพลนจะมาทำกิจกรรมประเภทดูดาวหรือชมพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำให้เอาเสื้อหนาว เสื้อกันลมและอุปกรณ์เครื่องให้ความอบอุ่นอื่นๆเตรียมกันมาให้พร้อม
The sky of Hehuanshan The sky of Hehuanshan ภูเขาเฮอหวนหรือที่คนไต้หวันเรียกกันว่าเฮอหวนชานตั้งอยู่ช่วงกลางของเกาะไต้หวัน ในแต่และช่วงฤดูกาล ภูเขาแห่งนี้มีความสวยงามแตกต่างกันไป ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของดอกกุหลาบพันปีซึ่งเบ่งบานสะพรั่งอยู่ตามยอดเขา ยามย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ภูเขาแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวให้ความรู้สึกสงบเงียบและทรงพลัง ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ยอดสูงสุดของภูเขาเฮอหวนมีความสูงอยู่ที่ 3,422 เมตร ส่วนยอดเตี้ยสุดอยู่ที่ 3,217 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้บริเวณนี้อุดมไปด้วยพืชพรรณหลากหลาย มีการร่วมมือกันระหว่างอุทยานแห่งชาติทาโรโกะและอุทยานเหอฮวนซึ่งเป็น 2 อุทยานใหญ่ที่มีเนื้อที่เชื่อมต่อกัน คอยดูแลปกป้องและรักษาสมดุลของพื้นที่สีเขียวแห่งนี้เอาไว้คนในท้องที่เดินทางมาใช้เวลากับธรรมชาติ ชมดอกไม้ใบไม้และวิวทิวทัศน์ที่ภูเขาแห่งนี้กันตลอดทั้งปี ช่วงฤดูร้อนอากาศในบริเวณนี้เย็นสบายเหมือนติดแอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและมีท้องฟ้าโปร่งสดใส ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นที่นิยมแก่การมาเยี่ยมเยือนของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวหนึ่งกิจกรรมที่ไฮไลท์ที่นักเดินทางนิยมทำกันเมื่อมาเยือนภูเขาแห่งนี้คือการดูดาวพื้นที่อาศัยส่วนใหญ่ของไต้หวันมีความเจริญและความเป็นเมืองสูงทำให้โอกาสที่เราจะได้เห็นดาวในยามค่ำคืนเป็นไปได้ยาก เพราะท้องฟ้าจะสว่างจากแสงไฟตามบ้านและอาคาร แต่ในภูเขาไม่เป็นเช่นนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนของที่นี่มืดสนิท แสงเรืองรองที่เห็นคือแสงสว่างระยิบระยับของดวงดาวเป็นพันๆหมื่นๆดวงที่แข่งกันอวดโฉมบนท้องฟ้ากระพริว้อบแว้บ บนเขามีจุดตั้งแคมป์ให้ความสะดวกแก่นักเดินทางได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างแท้จริง หลายจุดบนเขามีพื้นที่ตั้งแคมป์ที่เหมาะสำหรับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นที่ยังไม่มีอุปกรณ์หรือแบบมืออาชีพที่มีเครื่องไม้เครื่องมือรวมไปถึงเต้นท์ครบแล้วหากสนใจเรื่องดาราศาสตร์เป็นพิเศษ ภูเขาเฮอหวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวหยวนเฟิง (Yuanfeng Astronomical Education Center) ซึ่งมีการจัดบริเวณให้ผู้มาเยือนได้ไปส่องดูแสงดาวและทางช้างเผือก บางช่วงมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่บุคคลภายนอกที่สนใจ แต่เป็นการบรรยายด้วยภาษาจีนเท่านั้นหากยังไม่คุ้นเคยกับบริเวณนี้ สามารถแวะไปสอบถามข้อมูลจากจุดให้บริการที่ทางการจัดไว้ โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 นถึง 16.30 น ปิดเฉพาะวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนและก่อนวันไหว้พระจันทร์ 1 วันจุดให้บริการแห่งนี้นอกจากจะมีข้อมูล แผนที่และเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามแล้ว ยังเป็นที่แสดงนิทรรศการเล็กๆซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาแห่งนี้ สามารถเข้าชมและขอคำแนะนำได้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกจากความสวยงามของท้องฟ้าช่วงค่ำคืน ความงดงามของแสงอาทิตย์ยามเช้าก็โดดเด่นไม่แพ้กันบริเวณที่นักเดินทางนิยมมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นคือบริเวณ Wulin ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของถนนไต้หวัน อยู่ที่ความสูง 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเลWulin ตั้งอยู่ระหว่างยอดหลัก (Main Peak) และยอดทางตะวันออก (East Peak) ของภูเขาหวน ทำให้เห็นวิวเขาต่างระดับ ลดหลั่น ทอดตัวเป็นแแนวยาว ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมในพื้นที่นี้ค่อนข้างมากจนได้สมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งหิมะหากพักอยู่บริเวณฟาร์มชิงจิ้ง การเดินทางมาดูพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณนี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสามารถใช้บริการรถท่องเที่ยว ในพื้นที่โดยทำการจองตั๋วไว้ล่วงหน้าก่อน 1 วัน รถจะมารับตามจุดนัดพบประมาณ 4:00-4:30 น. ขึ้นอยู่กับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตามวันนั้นๆ ขอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จก็จะกลับมาส่งตามที่พัก ซึ่งโดยมากจะตรงกับเวลาทานอาหารเช้ากำลังพอดีช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา (2018) อุทยานเฮอหวนชานได้ดำเนินการสมัครเพื่อเป็นสมาชิก International Dark Sky Park (IDSP) อย่างเป็นทางการจาก International Dark Sky Association ซึ่งกระบวนการอนุมัติจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 ปี หากได้รับตำแหน่ง อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่แรกของไต้หวัน และเป็นอุทยานแห่งที่ 3 ของเอเชียตาม Yeongyang Firefly Eco Park ของประเทศเกาหลีและ Iriomote-Ishigaki National Park ของประเทศญี่ปุ่น แต่ต้องเน้นกันสักนิดว่าอากาศบนเขาค่อนข้างเย็น หากแพลนจะมาทำกิจกรรมประเภทดูดาวหรือชมพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำให้เอาเสื้อหนาว เสื้อกันลมและอุปกรณ์เครื่องให้ความอบอุ่นอื่นๆเตรียมกันมาให้พร้อม
Aowanda National Forest Recreation Area Aowanda National Forest Recreation Area อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในความสวยงาม ยามช่วงฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม นักท่องเที่ยวมากมายหลั่งไหลกันมาดูความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่อุทยานแห่งนี้ อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฟาร์มชิงจิ้ง หากพักอยู่แถวนั้นสามารถจัดเป็นทริปไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ จะใช้บริการรถประจำทางสาธารณะหรือจองโปรแกรมทัวร์ที่มีมากมายให้เลือกทั้งแบบเป็นกรุ๊ปหรือไพรเวทก็สามารถทำได้ วิวใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยอลังการเพราะมีต้นเมเปิ้ลขึ้นอยู่มาก เวลาต้นเมเปิ้ลผลัดใบเปลี่ยนสีจะค่อยๆเปลี่ยน จากสีเขียวเป็นสีแดงสด จนกลายเป็นสีเหลืองทองและน้ำตาลตามลำดับ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยือนทุกคนย่อมอยากเห็นช่วงเวลาพีคของใบไม้เปลี่ยนสี แต่เรื่องของธรรมชาติคาดเดากันได้ลำบาก ความช้าเร็วและช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีจะขึ้นอยู่กับลมหนาวทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่าน มาจากประเทศไซบีเรีย บางปีอุณหภูมิในอุทยานลดลงอย่างมากในชั่วข้ามคืน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใบไม้แดงก่อนเวลาฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีของไต้หวันจะแตกต่างจากที่ญี่ปุ่นและเกาหลี โดยเฉพาะบริเวณหนานโถวซึ่งเป็นภูเขาสูงนี้ ปรากฏการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจะเกิดขึ้นใกล้เคียงกับฤดูหนาว บางทีเข้าฤดูหนาวแล้วยังสามารถเห็นปรากฎกาณ์ใบไม่เปลี่ยนสีนอกจากต้นเมเปิ้ลแล้วในอุทยานยังมีต้น Formosan Sweet Gum ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีลักษณะคล้ายเมเปิ้ลจนหลายๆคนเข้าใจผิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน ไม้พันธุ์นี้เวลาเปลี่ยนสีจะกลายเป็นสีส้ม สีเหลืองและน้ำตาลสวยงามไม่แพ้ต้นเมเปิ้ลเวลาทิ้งใบเส้นทางเดินชมธรรมชาติในอุทยานไม่ลำบาก แต่หากใครที่มากับสมาชิกตัวน้อยหรือสมาชิกสูงวัยที่ต้องพึ่งพารถเข็นอาจจะไม่สะดวกมากนักเพราะหลายจุดเป็นขั้นบันได ไม่ได้เป็นทางเรียบที่จะเข็นขึ้นไปได้ง่ายๆ แต่ไม่ต้องเสียดายไป เพราะยังมีอีกหลายจุดที่สามารถชมวิวสวยได้เช่นกันนอกจากความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้วในช่วงต้นปีซากุระบานของที่นี่ก็โดดเด่นไม่อายพื้นที่อื่นๆกันเลยทีเดียว ซากุระของที่อุทยานไม่ต้องใช้ความพยายามในการเดินหามากนัก หากมาตรงฤดูกาลกาลแค่มาถึงลานจอดรถก็เห็นแนวแถวซากุระงามบานสะพรั่งต้อนรับเป็นร้อยต้น เหมาะมากสำหรับการแวะมาปิคนิคหรือเก็บรูปสวยๆเป็นที่ระลึก
Azalea of Hehuanshan Azalea of Hehuanshan หากใครเคยเห็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยวของเขตหนานโถวผ่านตาอาจจะคุ้นเคยกับภาพดอกไม้สีชมพูอ่อนหรือชมพูบานเย็น ทรงพุ่มกันมาบ้าง ดอกไม้ที่เห็นนี้คือดอกกุหลาบพันปีหรือ Azalea ซึ่งเป็นดอกไม้ในสกุล Rhododendron หรือกุหลาบป่านั่นเอง ดอก Azalea นี้ในทวีปเอเชียส่วนใหญ่จะพบอยู่ตามภูเขาสูงเกิน 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงไม่แปลกที่ดอกไม้นี้จพบอยู่มากแถบภูเขาเฮอหวนซึ่งเป็นภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตรฤดูกาลของดอก Azalea จะบานสะพรั่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายน แต่ละปีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ จุดที่นิยมชมดอก Azalea มี 2 บริเวณคือ Main Peak ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตรและ East Peak ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จริงๆแล้วบริเวณอื่นๆก็ยังสามารถเห็นดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่ประปราย แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าสองบริเวณนี้ อีกทั้งเส้นทางอื่นมักใช้เวลานานและเข้าถึงได้ยากกว่า โดยเฉพาะ Main Peak เพราะภูมิศาสตร์เอื้อให้ กับการเติบใหญ่ของไม้พันธุ์นี้ถึงแม้ว่าช่วงเดือนพฤษภาซึ่งเป็นช่วงพีคของดอกกุหลาบป่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่อากาศบนยอดเขาเฮอหวนค่อนข้างเย็น บางวันมีหมอกและฝน ดังนั้นหากตั้งใจจะไปชมกุหลาบป่าแนะนำให้นำเสื้อกันฝนกันลมและอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นติดมาเผื่อไว้เส้นทางสู่ Main Peak ของยอดเเขาเฮอหวนใช้เวลาเดินจากที่จอดรถใช้แค่ 30 - 60 นาทีก็ถึงยอด ขึ้นอยู่กับ ว่าหยุดพักบ่อยแค่ไหน ทางเดินขึ้นเขาสะดวก กว้างและไม่ยาก ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์พิเศษใดๆมาแต่ถ้าใครมากับผู้ใหญ่และเด็กเล็ก หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอาจจะต้องระวังให้มากอีกนิด เพราะยอดเขาอยู่ที่ความสูง 3,417 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศจะเบาบางกว่าปกติทำให้เหนื่อยง่ายกว่า แต่ถ้าไม่เร่งค่อยๆเดินก็ไม่มีปัญหา ผู้สูงอายุไต้หวันเขาก็มาเที่ยวกันเป็นธรรมดา แนะนำให้เตรียมน้ำและเสบียงรองท้องมาให้พร้อม เพราะบนเขาไม่มีร้านขาย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำเพราะมีให้บริการสะอาดสะอ้านดอก Azalea แถบนี้ทั้งสีอ่อนและเข้ม ไล่ไปตั้งแต่ขาว ชมพู่อ่อน ชมพูเข้ม แปลกดีที่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ริมหน้าผา อากาศบนเขาคาดเดาได้ยาก บางวันจากฟ้าใสๆกลายเป็นหมอกหนามองลงไปไม่เห็นด้านล่างก็มี แต่ไม่ต้องทดท้อต่อโชคชะตาเพราะขนาดหมองหนาก็ยังสวย วิวที่เห็นเบื้องหน้าดูฝันๆ มีกลุ่มเมฆลอยผ่านมาเป็นระยะๆ หากอดใจรอบางครั้งมีลมพัดผ่าน ท้องฟ้ากลับมาใสก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดอยู่บ่อยครั้ง ถ้าใครไปเที่ยวในวันที่ฟ้าใส แดดจัด สามารถมองลงมาได้เห็นวิวพาโนรามาแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว
National Taiwan University Highland Experimental Farm National Taiwan University Highland Experimental Farm ฟาร์มแห่งนี้อยู่ใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือ National Taiwan University อายุอานามของฟาร์มยาวนาน เพราะก่อตั้งกันมาตั้งแต่ปี 1937 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ไต้หวันยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศญี่ปุ่น ชื่ออย่างเป็นทางการของฟาร์มในสมัยก่อนคือ Wu-She Highland Farm แต่เมื่อได้รับการดูแลอยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นเวอร์ชั่นแบบในปัจจุบันจุดประสงค์สำคัญของฟาร์มนี้หลักๆคือเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองของนักเรียน นักศึกษาและเจ้าหน้าที่วิจัยของมหาวิทยาลัย บางโอกาสมีการจับมือแลกเปลี่ยนความรู้จากหน่วยงานและองค์รภายนอกพื้นที่ในฟาร์มมีขนาดใหญ่ถึงเกือบ 6,700 ไร่ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ความสูงตั้งแต่ 900 ไปจนถึง 2,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์เหมาะแก่การทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกไม้ต่างๆสำหรับนักเดินทางอย่างเรา ทางฟาร์มมีบริการห้องพัก ให้เราได้ดื่มด่ำกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สระยะสั้นแบบครึ่งวันหรือยาวขึ้นถึง 3 วัน กิจกรรมเหล่านี้ทางฟาร์มจะอัพเดทไว้ทางเว็บไซต์เสมอ ต้องเช็คกันก่อนล่วงหน้า ไม่สามารถวอร์คอินเข้าไปร่วมได้ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมประเภทครึ่งวันซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นพาเดินแนะนำ ชมพรรณไม้รอบๆพื้นที่ กิจกรรมแบบนี้สามารถเข้าไปแทนได้เลยไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าช่วงต้นปีประมาณตรุษจีน ที่นี่เป็นจุดชมซากุระสวยอีกแห่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก แต่ที่เป็นเพชรเม็ดงามซ่อนไว้ท่ามกลางหุบเขา คือทุ่งดอกลาเวนเดอร์ซึ่งจะออกกันช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม หากเดินทางมาช่วงนั้นยังมีโอกาสได้เห็นดอกไฮเดรนเยียสีหวานที่ออกอวดโฉมในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วยหากใครชอบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปปิ้งที่ร้านขายของที่ระลึกของทางฟาร์ม นอกจากจะได้ของดีราคายุติธรรมกลับบ้านแล้วยังเป็นการสนับสนุนโครงการดีๆ หลายๆผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าทำมือ มีจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นถ้าชอบก็อย่าลังเล ไม่เช่นนั้นมาคราวหน้าอาจจะไม่เจอแล้วก็เป็นได้
National Taiwan University Highland Experimental Farm National Taiwan University Highland Experimental Farm ฟาร์มแห่งนี้อยู่ใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันหรือ National Taiwan University อายุอานามของฟาร์มยาวนาน เพราะก่อตั้งกันมาตั้งแต่ปี 1937 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ไต้หวันยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศญี่ปุ่น ชื่ออย่างเป็นทางการของฟาร์มในสมัยก่อนคือ Wu-She Highland Farm แต่เมื่อได้รับการดูแลอยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นเวอร์ชั่นแบบในปัจจุบันจุดประสงค์สำคัญของฟาร์มนี้หลักๆคือเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองของนักเรียน นักศึกษาและเจ้าหน้าที่วิจัยของมหาวิทยาลัย บางโอกาสมีการจับมือแลกเปลี่ยนความรู้จากหน่วยงานและองค์รภายนอกพื้นที่ในฟาร์มมีขนาดใหญ่ถึงเกือบ 6,700 ไร่ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ความสูงตั้งแต่ 900 ไปจนถึง 2,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์เหมาะแก่การทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกไม้ต่างๆสำหรับนักเดินทางอย่างเรา ทางฟาร์มมีบริการห้องพัก ให้เราได้ดื่มด่ำกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สระยะสั้นแบบครึ่งวันหรือยาวขึ้นถึง 3 วัน กิจกรรมเหล่านี้ทางฟาร์มจะอัพเดทไว้ทางเว็บไซต์เสมอ ต้องเช็คกันก่อนล่วงหน้า ไม่สามารถวอร์คอินเข้าไปร่วมได้ แต่ถ้าเป็นกิจกรรมประเภทครึ่งวันซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นพาเดินแนะนำ ชมพรรณไม้รอบๆพื้นที่ กิจกรรมแบบนี้สามารถเข้าไปแทนได้เลยไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าช่วงต้นปีประมาณตรุษจีน ที่นี่เป็นจุดชมซากุระสวยอีกแห่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้มากนัก แต่ที่เป็นเพชรเม็ดงามซ่อนไว้ท่ามกลางหุบเขา คือทุ่งดอกลาเวนเดอร์ซึ่งจะออกกันช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม หากเดินทางมาช่วงนั้นยังมีโอกาสได้เห็นดอกไฮเดรนเยียสีหวานที่ออกอวดโฉมในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วยหากใครชอบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปปิ้งที่ร้านขายของที่ระลึกของทางฟาร์ม นอกจากจะได้ของดีราคายุติธรรมกลับบ้านแล้วยังเป็นการสนับสนุนโครงการดีๆ หลายๆผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าทำมือ มีจำนวนไม่มาก หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นถ้าชอบก็อย่าลังเล ไม่เช่นนั้นมาคราวหน้าอาจจะไม่เจอแล้วก็เป็นได้