ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- ข่าวสารล่าสุด -

​วัดเหวินหวู่ Wenwu Temple ​วัดเหวินหวู่ Wenwu Temple สร้างขึ้นในปี 1938 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 1969 วัดเหวินหวู่เป็นที่ประดิษฐานของเทพกวนอู เทพเจ้าแห่งโชคลาภและบารมีกับเทพเย่ว์เฟย สมัยอาณานิคมญี่ปุ่นมีการสร้างเขื่อน ทำให้วัดสองแห่งซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานของเทพสององค์นี้จมอยู่ใต้น้ำ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวัดขึ้นใหม่และเชิญมาประดิษฐานที่วัดเหวินหวู่แห่งนี้ ด้านหน้าของวัดอาจจะดูพลุกพล่านหน่อย แนะนำให้เดินเข้ามาด้านในจะรู้สึกได้ถึงความสงบ นอกจากนี้ยังสามารถชมความงาม ของกำแพงหินแกะสลักขนาดใหญ่และวิวด้านบนของวัด จากมุมนี้เราจะสามารถวิวทะเลสาบได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง ด้านหน้าวัดมีกระดิ่งสีทองจำนวนมากแขวนอยู่ เชื่อว่าผู้ที่นำกระดิ่งประจำปีนักษัตรของตนไปแขวนที่บันไดตรงกับประจำวันเกิดของตนจะทำให้พรนั้นสมหวัง บันไดทั้งหมดมีด้วยกัน 366 ขั้น ตามจำนวนวันรวมถึงปีอธิกสุรทิน (ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน)
​โรงแรม The Crystal Resort Sun Moon Lake ​โรงแรม The Crystal Resort Sun Moon Lake โรงแรมขนาดย่อม แต่อยู่สบายแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือ Yi Da Shao การเดินทางสามารถทำได้สะดวก ที่สำคัญวิวท่าเรือช่วงเช้าสามารถมองผ่านหน้าต่างหรือระเบียงของห้องพักออกมาสวยมาก น้ำในทะเลสาบยังนิ่งสงบเพราะเรือโดยสาร ยังไม่ออกให้บริการ ในวันที่อากาศดีมองดูแล้วเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนความงดงามของท้องฟ้า หากใครกำลังมองหามุมโรแมนติค แนะนำให้จองห้องพักแบบสวีทของที่นี่ เพราะมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นวิวภายนอกได้ นอกจากบริการอาหารมื้อเช้าแล้วที่นี่ยังมีห้องอาหารสำหรับดินเนอร์แบบคอร์สเมนูอีกด้วย แขกของโรงแรมจะได้ส่วนลดพิเศษ จะเลือกแบบเซ็ตเล็กหรือฟูลคอร์สก็ได้ ในวันที่อากาศดีสามารถยืมจักรยานจากทางโรงแรมได้เลนเฉพาะสำหรับจักรยานอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก สามารถปั่นเลียบริมน้ำชมวิวทะเลสาบสุริยันจันทราได้อย่างเพลิดเพลิน
​กระเช้าลอยฟ้าทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Rope Way ​กระเช้าลอยฟ้าทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Rope Way กระเช้าลอยฟ้าเชื่อมต่อทะเลสาบสุริยันจันทราฝั่งอี้ต้าเซ่า Yi Da Shao ไปยังหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม ระยะทาง 1.88 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 7 นาที (ต่อ 1 ขา) ในหนึ่งกระเช้ามี 8 ที่นั่ง กระเช้าของที่นี่มีด้วยกัน 3 สี สีแดงเป็นตัวแทนของพระอาทิตย์ สีฟ้าแทนน้ำในทะเลสาบ สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของผืนแผ่นดิน ในวันที่อากาศโปร่งใสเราจะสามารถมองเห็นรูปทรงของทะเลสาบได้อย่างชัดเจน ในวันที่มีเมฆหมอก ความงามจากปรากฏการณ์ธรรมชาติก็งดงามไม่ต่างกัน สถานีกระเช้าไฟฟ้าฝั่งทะเลสาบสุริยันจันทรามีมุมให้นั่งชมวิว ถ้าไม่รีบร้อน จิบชาหรือกาแฟสักแก้วระหว่างชมธรรมชาติ ให้ความเพลิดเพลินสบายใจ ทุกเดือนจะมีการปิดเช็คความเรียบร้อยและทำการบำรุงรักษา ดังนั้นก่อนมาจึงควรเช็คตาราง การเปิดให้บริการของกระเช้าลอยฟ้าก่อนทุกครั้ง ในวันที่สภาพอากาศไม่อำนวย ลมแรงหรือมีพายุ กระเช้าลอยฟ้าจะระงับการให้บริการชั่วคราว
​ศูนย์นิเวศวิทยาแห่งทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Ecological Garden ​ศูนย์นิเวศวิทยาแห่งทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Ecological Garden ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินพิเศษซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ ลักษณะดินเป็นป่าพรุ (Peat Soil) ซึ่งมีน้ำขังอยู่ใต้ดินตลอดปี เวลาเดินจะรู้สึกหยุ่นๆ จึงทำให้ไม่เหมาะแก่การปลูกไม้พันธุ์ใหญ่ แต่ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์และอากาศที่เหมาะสม ทำให้บริเวณนี้สามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นดอกทานตะวัน ดกกไม้จีน อัญชันหรือเสาวรส โดยเฉพาะดอกไม้จีน ซึ่งมีให้ชมมากกว่าสิบสายพันธุ์ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมจะเป็นช่วงฤดูกาลของดอกไม้จีนบานสะพรั่ง แนะนำให้แวะมาเดินเล่นกันก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพราะเมื่อแสงแห่งวันลับฟ้าไปแล้ว ดอกไม้จีนจะหุบตามธรรมชาติ นอกจากเปิดให้ชมแล้ว หากสนใจยังสามารถติดต่อขอความรู้ศึกษาเรื่องพรรณไม้ได้อีกด้วย
​เส้นทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Bike Trail ​เส้นทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake Bike Trail เส้นทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรามีระยะทางอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลเมตร หากใช้บริการเช่าจักรยานจากบริษัท Giant ซึ่งตั้งอยู่ตรงฝั่งท่าสุ่ยเซ่อ Shuishe Pierหลังปั่นครบจะได้ประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึก ทางปั่นรอบทะเลสาบประมาณครึ่งหนึ่งจะมีเลนจักรยานแยกไปเป็นพิเศษ แต่อีกครึ่งยังต้องปั่นอยู่ริมถนน และไม่สามารถเห็นวิวทะเลสาบ ปัจจุบันยังมีการสร้างทางขยายเลนจักรยาน ในอนาคตจะมีเลนจักรยานที่ปั่นเลียบริมน้ำไปได้ตลอด ทางปั่นที่เป็นไฮไลท์คือ เส้นทางระหว่างศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซาน Xiangshan และท่าสุ่ยเซ่อ Shuishe Pier ระยะทางสั้นๆไม่ถึง 5 กิโลนี้มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปมากมาย ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฝั่งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซานมีการจัดสวนดอกไม้ ทำให้ช่วงนั้นมีคู่รักมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันมากมาย ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฝั่งสุ่ยเซ่อ Shuishe Visitor Center มีเลนจักรยานระยะทาง 400 เมตรที่ทอดตัวไปในทะเลสาบ จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเกาะลาหลู่ได้ด้วย
​ทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake ​ทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake ทะเลสาบสุริยันจันทราเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ตั้งอยู่ที่ความสูง 748 เมตรจากระดับน้ำทะเล สมัยก่อนช่วงที่ไต้หวันยังอยู่ในอาณานิคมของรัฐบาลญี่ปุ่น ทางการได้ปล่อยน้ำเข้ามาที่แอ่งนี้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ พื้นที่ในทะเลสาบอยู่ที่ประมาณ 8 ตารางกิโลเมตร ความลึกสูงสุด 30 เมตร แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้ลงไปว่ายน้ำ ยกเว้นเทศกาลการแข่งขันว่ายน้ำประจำปีในช่วงเดือนกันยายนเท่านั้น ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามรายล้อมไปด้วยทิวเขา จึงไม่ควรพลาดลงเรือชมทัศนียภาพจากกลางน้ำ รูปทรงของทะเลสาบมองแล้วคล้ายกับพระจันทร์และพระอาทิตย์มาจรดกัน ฝั่งตะวันออกคล้ายดวงอาทิตย์ ส่วนฝั่งใต้คล้ายเสี้ยวจันทร์ตลอดวันทัศนียภาพจะต่างกันไป ช่วงเช้ามีหมอกปกคลุมอ่อนๆ น้ำในทะเลสาบก็นิ่ง ดูเหมือนกระจกสะท้อนความงามแห่งท้องฟ้า ตอนกลางวันหากอากาศดีฟ้าจะโปร่งใส เหมาะแก่การเดินเล่นหรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ ระยะทางรอบทะเลสาบประมาณ 27 กิโลเมตร แต่ถ้ามีเวลาไม่มากแนะนำให้ไปเริ่มที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสุ่ยเซ่อ (Shuishe) ตรงนั้นมีเส้นทางปั่นไฮไลท์ระยะทางแค่ประมาณ 5 กิโลเมตร ช่วงเย็นแนะนำให้ลองขึ้น กระเช้าลอยฟ้าไปชมวิวก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ยามแสงสีส้มของอาทิตย์อัสดงแตะน้ำ โรแมนติกมากๆกระเช้าลอยฟ้ามีระยะทาง 1.88 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7 นาที นอกจากความสวยงามของทะเลสาบแล้ว รอบๆ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดสำคัญๆหรือหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม ที่นอกจากมีการแสดงที่น่าสนใจแล้วยังเป็นสวนสนุกอีกด้วย
​Roaming Cloud B&B ​Roaming Cloud B&B ที่พักน่ารักสไตล์ B&B แห่งนี้อยู่ห่างจากทะเลสาบสุริยันจันทรา ออกมาประมาณ 15 นาที (หากขับรถ) เจ้าของเป็นสามีภรรยาผู้หลงรักการเดินทางและธรรมชาติ สมัยก่อนคุณภรรยาเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เลยมีความผูกพันกับท้องฟ้าและการเดินทางเป็นพิเศษ ธีมการตกแต่งของที่นี่จึงมีเรื่องราวของท้องฟ้า เมฆหมอก และการเดินทางที่พักแห่งนี้โฟกัสในเรื่องไม่เบียดเบียนธรรมชาติ มีการออกแบบให้ตัวอาคารโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเท และไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ จำนวนห้องของที่นี่มีไม่มาก แต่ละห้องตกแต่งต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นห้องญี่ปุ่น ซึ่งมีบ่อแช่น้ำร้อน มุมนั่งจิบชาขณะชมสวนญี่ปุ่น หรือจะเป็นห้องที่ตกแต่งแบบจีน ก็เก๋ไปอีกแบบ
​ผจญภัยเส้นทางน้ำตก ณ หมู่บ้านตงกวง River Tracing in Dongguang Village ​ผจญภัยเส้นทางน้ำตก ณ หมู่บ้านตงกวง River Tracing in Dongguang Village ทริปอันซีนที่ต้องออกแรงกันมากขึ้นอีกนิดแต่รับรองว่าคุ้มกับความเหนื่อย เพราะนอกจากความสนุกสนานแล้วยังได้เห็นวิวธรรมชาติ ความยิ่งใหญ่ของแนวเขาและชื่นใจกับน้ำใสเย็นของลำธารจากน้ำตกอีกด้วย ก่อนออกเดินทางต้องมีการเตรียมตัวนิดหน่อย เสื้อผ้าและสัมภาระที่ใช้ควรเหมาะแก่การเดินป่าและ สามารถกันน้ำได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นทาง เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ไกด์เราไปตลอดทาง รองเท้าที่ใช้ก็ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกันการลื่นจากตะไคร่ที่เกาะอยู่ตามแนวโขดหินอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าสำรองสำหรับเปลี่ยนหลังจากหมดทริป การเดินทางลัดเลาะตามเส้นทางของน้ำตกนี้ใช้เวลาประมาณ2-3 ชั่วโมง เดินๆหยุดๆ แวะพักชมความงามของธรรมชาติไปเรื่อยทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก ยิ่งได้สุดโอโซนอากาศบริสุทธิ์ของป่าทำให้ลืมเวลาไปเลย ระหว่างทางนอกจากวิวธรรมชาติ ภูเขาและน้ำตกแล้ว ยังได้เห็นบรรดาปูตัวเล็กตัวน้อยที่ซ่อนตัว อยู่หลังก้อนหินในลำธาร ถ้าอยากสนุกให้เต็มที่แนะนำให้ฟิตร่างกายกันมาก่อน เพราะบางจุดต้องอาศัยแรงแขนขาเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในการขึ้นไปพิชิตพื้นที่พิเศษนี้ หากไม่รีบร้อนสามารถเลือกออปชั่นปิกนิคมื้อกลางวันท่ามกลางธรรมชาติได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารธรรมดาไม่ได้หวือหวาอะไร แต่หลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆ พักชมวิว อิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันท่ามกลางวิวพิเศษนี้ เมนูนี้ก็กลายเป็นเมนูที่ประทับใจไปอีกนานแสนนาน
​หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม Formosan Aboriginal Culture Village ​หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม Formosan Aboriginal Culture Village พื้นที่แห่งนี้เดิมทีเป็นพื้นที่แสดงวัฒนธรรมชนเผ่า เก่าแก่ของไต้หวัน ซึ่งเมื่อ 31 ปีก่อนยังมีแค่ 9 เผ่า แต่ปัจจุบันหลังจากมีการศึกษาอย่างละเอียดก็พบว่าชนเผ่าเก่าแก่ของไต้หวันมีอยู่ด้วยกันถึง 16 เผ่าหลักๆได้แก่ชนเผ่า Amis Atayal Bunun Paiwan Rukai Saysiyat Puyuma Tao Tsou Thao Kebalan Truku Sakizaya Seediq Hla'alua และ Kanakanavu (บางครั้งมีการนับรวมชนเผ่าเล็กอื่นๆเข้าด้วยกันเป็น 17 ชนเผ่า) หมู่บ้านเก้าวัฒนธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 387 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่หุบเขา เชื่อมต่อกับทะเลสาบสุริยันจันทราทั้งทางถนนและกระเช้าลอยฟ้า ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซนได้แก่:1.โซนวัฒนธรรม: พื้นที่จัดการแสดง สิ่งปลูกสร้างและพิพิธภัณฑ์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับชนเผ่าต่างๆของไต้หวัน มีการ จัดแสดงและผูกเรื่องราวเอาไว้อย่างน่าสนใจ นอกจากจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ ที่หาดูได้ยากแล้ว เรายังได้เห็นที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้นอีกด้วย เพลิดเพลินกับการเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสเรื่องราวในอดีตแล้ว อย่าลืมหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม DIY ที่น่าสนใจหรือลองแต่งชุดชนเผ่าดูสักครั้ง พื้นที่ในโซนนี้ในช่วงต้นปีประมาณเดือนกุมภาถึงเดือนมีนาคมจะเป็นช่วงดอกซากุระบาน สวนซากุระของที่นี่เป็นแห่งเดียวที่ได้การรับรองจากประเทศญี่ปุ่นว่าได้มาตรฐานความงามควรค่าแก่การมาเยือน ซากุระของที่นี่เป็นซากุระป่าพันธุ์ไต้หวัน มีซากุระป่าสีแดงพันธุ์พื้นเมืองซึ่งจะเบ่งบานประมาณช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือเทศกาลวันแห่งความรักพอดิบพอดี ช่วงเทศกาลดอกซากุระบาน จะมีการจัดแสดงแสงสีในยามค่ำคืน ทางหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรมจะขยายเวลาให้บริการจาก 17.00 เป็น 20.00 น.แทน 2.โซนสวนสนุก:สวนสนุกขนาดใหญ่ที่มีเครื่องเล่นมากมาย เหมาะสำหรับทั้งวัยเล็กวัยใหญ่ อย่าพลาดแวะไปเล่น Space Mountain และไวกิ้งสุดพิเศษ ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี VR (Visual Reality) มาผสมผสา หากชอบความตื่นเต้นแนะนำให้ลองไปสัมผัสประสบการณ์เครื่องเล่น UFO Mega Drop ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูงถึง 85 เมตร สูงที่สุดของไต้หวันกันเลยทีเดียว 3.โซนสวนดอกไม้: ถึงแม้โดยรอบจะปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณและโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทางหมู่บ้านเก้าวัฒนธรรมทำยังมีการจัดโซนสวนยุโรป บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ทำให้ที่นี่เป็นสวนดอกไม้สไตล์ยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน สามารถมาสัมผัสประสบการณ์ทุ่งดอกลาเวนเดอร์กันได้
การชมวิวทะเลสาบทางเรือ Boat Ride การชมวิวทะเลสาบทางเรือ Boat Ride ถึงแม้การเดินทางรอบทะเลสาบจะมีระยะทางไม่ไกลและสามารถใช้บริการของรถบริการสาธารณะได้ค่อนข้างสะดวก แต่การขึ้นเรือจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งทำให้สามารถมองเห็นวิวจากใจกลางทะเลสาบได้แบบ 360 องศา ท่าเรือหลักของที่นี่มีอยู่ด้วยกัน 3 ท่าได้แก่ ท่าสุ่ยเซ่อ Shuishe วัดท่าสวนกวง Xuanguang Temple และท่าอิต้าเซ่า Ita Thao แต่ละท่าห่างกันประมาณ 15 ถึง 30 นาที มีหลายบริษัทที่ให้บริการเรือเฟอรี่ แต่ละเจ้าจะมีเส้นทางการวิ่งตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นก่อนเลือกใช้บริการจึงควรศึกษาเส้นทางให้ดีก่อน ว่าเส้นทางการเดินเรือของบริษัทนั้นๆตรงกับที่ต้องการไหม