ตามส้มโอไปเที่ยวหนานโถวกัน

banner

- ข่าวสารล่าสุด -

ร้านชา Yoshan Tea ร้านชา Yoshan Tea ร้านชาแห่งนี้มีประวัติเก่าแก่มานานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ในปีค.ศ. 1880 ได้เริ่มมีการปลูกชาในเขตหลูกู่ Lugu โดยชาชนิดแรกที่ปลูกกันมายาวนาน จนกระทั่งโด่งดังเป็นที่รู้จักในระดับโลกของไร่แห่งนี้คือชาอูหลงต้งติ่ง หากได้มาเยี่ยมชมที่นี่นอกจากจะสามารถพบกับชาคุณภาพดีแล้วยังได้เดินทางย้อนเวลากลับไปเรียนรู้ถึงที่มาและเส้นทางของชาคุณภาพดีของไต้หวัน พื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชา ดีไซน์สวยงาม มีเนื้อหาและวิธีเดินเรื่องที่น่าสนใจ ถึงแม้จะ ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านชามาก่อนก็สามารถเข้าใจและดื่มดำกับศิลปะในแก้วที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกนี้ได้ นอกจากได้เห็นประวัติศาสตร์ที่มาของร้านแล้ว ยังสามารถได้เรียนรู้กระบวนการผลิตชาตั้งแต่ในไร่จนถึงในแก้ว ในพิพิธภัณฑ์มีอุปกรณ์และเครื่องมือการผลิตชาทั้งที่ใช้ในอดีต หาดูได้ยาก และเครื่องมือทันสมัยที่ใช้ผลิตชาในปัจจุบัน ปัจจุบันร้านชา Yoshan มีชาคุณภาพดีให้เลือก มากมายกว่า 10 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นชาขึ้นชื่อของไต้หวันจากเขตต่างๆ เช่น Oriental Beauty, Sun Moon Lake Ruby Black Tea และชาจากภูเขา Alishan หากตัดสินใจไม่ถูก ทางร้านมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งสามารถทดลองดื่มก่อนได้นอกจากชา ชนิดต่างๆแล้ว ทางร้านยังมีอุปกรณ์และเครื่องมือชงชาให้เลือกมากมายอีกด้วย
Sun Link Sea Forest and Nature Resort Sun Link Sea Forest and Nature Resort อุทยานซานหลิงซีโดดเด่นด้วยอากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปีเพราะตั้งอยู่บน พื้นที่สูงกว่า 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้ในฤดูร้อนก็ยังมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 องศา นอกจากอากาศที่เย็นสบายสดชื่นแล้วที่นี่ยังมีความอัศจรรย์ของธรรมชาติมากมายรอให้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตก Chinglong ซึ่งมีความสูงถึง 116 เมตร ยามเมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับละอองน้ำ จะเห็นสายรุ้งพาดผ่านโขดหิน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว น้ำจากน้ำตกจะมีความนุ่มนวลเยือกเย็น บางวันจะมีสายหมอกพัดผ่าน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้การโหวตว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของไต้หวันเขตกลาง กระแสน้ำที่ไหลผ่านบางช่วงของซานหลิงซี เป็นกระแสน้ำวน ที่กัดกร่อนลึกเข้าไปยังเนื้อหิน ทำให้เกิดเป็น Blue Hole อีกหนึ่งความงาม แปลกตาที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ บางลุมมีความลึกถึง 5.5 เมตรทีเดียว ในอุทยานแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือกเดินมากมายตามความถนัดและความสนใจ มีตั้งแต่เส้นทางสั้นๆ 220 เมตรไปจนถึง 2,000 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 20 ถึง 60 นาทีต่อเที่ยว เส้นทางส่วนใหญ่เดินง่ายมีขั้นบันไดและไมัปูไปตลอดทาง นอกจากจะได้ชมต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุอานามกว่า 40 ปี อุทยานแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยดอกไม้สีสวยนานาพรรณ ไม่ว่าจะเป็นดอกทิวลิป ดอกท้อ ดอกโบตั๋นหรือดอกไฮเด็นเยียร์ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรายังสามารถชมความงามของป่าผลัดใบ ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับเหลืองโดยถ้วนหน้า ช่วงกลางคืนทานอาหารเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบเข้านอน ในวันที่อากาศดีฟ้าโปร่ง แนะนำให้ออกมาเดินเล่นชมดาวเต็มท้องฟ้า หากโชคดีมีโอกาศเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจนด้วย นอกจากอุทยานแล้ว ที่ซานหลิงซียังมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย เช่นการแนะนำชาคุณภาพดีในพื้นที่และวิธีการชงชาแบบถูกต้อง หรือถ้าอยากเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าดังๆของพื้นบ้านก็สามารถทำได้ตามอัธยาศัย
Sun Link Sea Forest and Nature Resort Sun Link Sea Forest and Nature Resort อุทยานซานหลิงซีโดดเด่นด้วยอากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปีเพราะตั้งอยู่บน พื้นที่สูงกว่า 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้ในฤดูร้อนก็ยังมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 องศา นอกจากอากาศที่เย็นสบายสดชื่นแล้วที่นี่ยังมีความอัศจรรย์ของธรรมชาติมากมายรอให้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตก Chinglong ซึ่งมีความสูงถึง 116 เมตร ยามเมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับละอองน้ำ จะเห็นสายรุ้งพาดผ่านโขดหิน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว น้ำจากน้ำตกจะมีความนุ่มนวลเยือกเย็น บางวันจะมีสายหมอกพัดผ่าน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้การโหวตว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของไต้หวันเขตกลาง กระแสน้ำที่ไหลผ่านบางช่วงของซานหลิงซี เป็นกระแสน้ำวน ที่กัดกร่อนลึกเข้าไปยังเนื้อหิน ทำให้เกิดเป็น Blue Hole อีกหนึ่งความงาม แปลกตาที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ บางลุมมีความลึกถึง 5.5 เมตรทีเดียว ในอุทยานแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือกเดินมากมายตามความถนัดและความสนใจ มีตั้งแต่เส้นทางสั้นๆ 220 เมตรไปจนถึง 2,000 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 20 ถึง 60 นาทีต่อเที่ยว เส้นทางส่วนใหญ่เดินง่ายมีขั้นบันไดและไมัปูไปตลอดทาง นอกจากจะได้ชมต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุอานามกว่า 40 ปี อุทยานแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยดอกไม้สีสวยนานาพรรณ ไม่ว่าจะเป็นดอกทิวลิป ดอกท้อ ดอกโบตั๋นหรือดอกไฮเด็นเยียร์ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรายังสามารถชมความงามของป่าผลัดใบ ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับเหลืองโดยถ้วนหน้า ช่วงกลางคืนทานอาหารเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบเข้านอน ในวันที่อากาศดีฟ้าโปร่ง แนะนำให้ออกมาเดินเล่นชมดาวเต็มท้องฟ้า หากโชคดีมีโอกาศเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจนด้วย นอกจากอุทยานแล้ว ที่ซานหลิงซียังมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย เช่นการแนะนำชาคุณภาพดีในพื้นที่และวิธีการชงชาแบบถูกต้อง หรือถ้าอยากเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าดังๆของพื้นบ้านก็สามารถทำได้ตามอัธยาศัย
ร้านอาหาร Jinzhu Wei ร้านอาหาร Jinzhu Wei ร้านอาหารแห่งนี้เป็นสาขาที่สองของร้านเก่าแก่จากเขตผูลี่ Puli สาขานี้เปิดให้บริการมาเกือบ 10 ปีแล้วโดยเน้น การปรุงอาหารที่ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของท้องถิ่นประกอบโดยมีดาราชูโรงเป็นมันหวาน ชาต้งติ่งอูหลงและหน่อไม้ป่า ซึ่งล้วนแต่เป็นของขึ้นชื่อแห่งเขตจู๋ซาน พ่อครัวใหญ่ของที่นี่เป็นผู้มีฝีมือและรักในการทำอาหาร มีการสร้างสรรค์คิดเมนูใหม่ๆออกมาแทบทุกฤดูกาล ทางร้านพิถีพิถันกับการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร หลายเมนูเป็นผลผลิตที่ทางร้านปลูกขึ้นเอง ปัจจุบันมีทายาทรุ่นที่สองมาช่วยกันดูแลร้านอีกแรง ทั้งลูกชายลูกสาวล้วนแต่มีดีกรีการันตีมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารมาตรฐานระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส เมนูที่พลาดไม่ได้ต้องชิมของร้านคือไก่ทอดยัดไส้หน่อไม้ อร่อยจนขนาดที่ว่าถ้าไม่อยากพลาดควรโทรมาจองก่อน ไก่แต่ละตัวที่เสิร์ฟมี หมายเลขการันตีความอร่อยติดมาด้วย ณ เดือนกันยา 2017 หมายเลขอยู่ที่ 26,057 แล้ว นอกจากเสริฟอาหารคุณภาพดีราคามาตรฐานแล้ว ทางร้านยังเปิดสอนคลาส DIY เมนูเด่นประจำร้านอีกด้วย นักเรียนทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรหลังจบคอร์ส สนุกสนาน ได้ความรู้และใช้เวลาไม่นาน
ร้านอาหาร Jinzhu Wei ร้านอาหาร Jinzhu Wei ร้านอาหารแห่งนี้เป็นสาขาที่สองของร้านเก่าแก่จากเขตผูลี่ Puli สาขานี้เปิดให้บริการมาเกือบ 10 ปีแล้วโดยเน้น การปรุงอาหารที่ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของท้องถิ่นประกอบโดยมีดาราชูโรงเป็นมันหวาน ชาต้งติ่งอูหลงและหน่อไม้ป่า ซึ่งล้วนแต่เป็นของขึ้นชื่อแห่งเขตจู๋ซาน พ่อครัวใหญ่ของที่นี่เป็นผู้มีฝีมือและรักในการทำอาหาร มีการสร้างสรรค์คิดเมนูใหม่ๆออกมาแทบทุกฤดูกาล ทางร้านพิถีพิถันกับการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร หลายเมนูเป็นผลผลิตที่ทางร้านปลูกขึ้นเอง ปัจจุบันมีทายาทรุ่นที่สองมาช่วยกันดูแลร้านอีกแรง ทั้งลูกชายลูกสาวล้วนแต่มีดีกรีการันตีมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารมาตรฐานระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส เมนูที่พลาดไม่ได้ต้องชิมของร้านคือไก่ทอดยัดไส้หน่อไม้ อร่อยจนขนาดที่ว่าถ้าไม่อยากพลาดควรโทรมาจองก่อน ไก่แต่ละตัวที่เสิร์ฟมี หมายเลขการันตีความอร่อยติดมาด้วย ณ เดือนกันยา 2017 หมายเลขอยู่ที่ 26,057 แล้ว นอกจากเสริฟอาหารคุณภาพดีราคามาตรฐานแล้ว ทางร้านยังเปิดสอนคลาส DIY เมนูเด่นประจำร้านอีกด้วย นักเรียนทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรหลังจบคอร์ส สนุกสนาน ได้ความรู้และใช้เวลาไม่นาน
BoBoMi B&B BoBoMi B&B ที่พักชื่อแปลกแต่ออกเสียงง่ายนี้ เกิดจากความรักในการให้บริการของกลุ่มเพื่อนรัก ห้องพักของที่นี่มีขนาดใหญ่และกว้างมาก เหมาะกับการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวโดยเฉพาะหากท่องเที่ยวกับสมาชิกตัวน้อย ดีไซน์เก๋ไก่สีหวานแหววเป็นผลงานจากหนึ่งผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นนักวาดภาพประกอบนิทานและหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน โทนสีอ่อนและการตกแต่งด้วยธีมสีสบายตาทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขไปกับการใช้เวลาอยู่ในเมืองที่เวลาเดินช้าแบบนี้ นอกจากห้องพักที่อยู่สบายแล้ว มื้อเช้าของที่นี่ยังจัดเตรียมด้วยความตั้งอกตั้งใจ อาหารเช้าเซ็ทไม่ใหญ่ อิ่มกำลังดี ทำมาจากวัตถุดิบที่ปลูกในท้องถิ่น เมนูที่เสิร์ฟจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฤดูกาล แต่รับรองว่าอร่อยทุกเมนูแน่นอน
วัดจงไถซาน Chung Tai Chan Monastery วัดจงไถซาน Chung Tai Chan Monastery หากมาเยือนผูหลี่ แล้วไม่ได้แวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดนี้อาจเรียกว่ายังมาไม่ถึงอย่างแท้จริงวัดนี้เป็นวัดพุทธที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองในไต้หวัน และมีสิ่งปลูกสร้างสูงที่สุด ด้วยความสูงถึง 136 เมตร (43 ชั้น) หากมองจากด้านข้างจะเห็นได้ว่าตัวอาคารเชื่อมต่อกันเป็นรูปทรงของพระพุทธรูปปางสมาธิ วัดสร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายนปีค.ศ. 2001 โดยสถาปัตยกรรมแห่งนี้ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก หลายเสียงลงความเห็นว่าตัวอาคารภายนอกมีลักษณะคล้ายมัสยิดผสมกับจรวดผู้ออกแบบคือคุณ CY Lee สถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบตึกไทเป 101 ใช้เวลาก่อสร้างถึง 10 ปีด้วยเงินบริจาคมหาศาล เจ้าอาวาส Wei Chueh มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ให้ดูยิ่งใหญ่ดึงดูดทั้งทางสายตาและจิตวิญญาณ วัสดุก่อสร้างที่เลือกใช้ก็ยึดหลักแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่ต้องบูรณะบ่อย อย่างยอดโดมที่เห็น วัสดุที่ใช้คือไทเทเนี่ยม ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ระหว่างก่อสร้างเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่โครงสร้างและอาคารของศาสนสถานแห่งนี้กลับไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าไหร่นักนี่เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีถึงความแข็งแรง ของโครงสร้างและตัวอาคารแห่งนี้ นอกจากสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจแล้วการออกแบบทุกตารางนิ้วของที่นี่ยังเต็มไปด้วยปรัชญาและคำสอนของพุทธศาสนา หากมีเวลามากพอ อยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมฟังคำบรรยายจากเจ้าหน้าที่ของทางวัด เราจะได้รับรู้และซาบซึ้งถึงความหมายที่ผูกอยู่กับสถาปัตยกรรมที่นาตื่นตาตื่นใจนี้ ถึงแม้ว่าตัวอาคารจะมีความสูงถึง 43 ชั้น แต่พื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมจะอยู่ระหว่างแค่ชั้นล่างๆ ด้านบนจะเปิดให้เข้าเฉพาะกรณีพิเศษและระหว่างพิธีสำคัญเท่านั้น หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Chung Tai World และ แกลอรี่รูปปั้นไม้แกะสลักของทางวัด ซึ่งมีผลงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธรูปหลากหลายปางจากต่างยุคต่างสมัย ทางพิพิธภัณฑ์จัดแบ่งหมวดหมู่เอาไว้อย่างน่าสนใจและจัดแสดงอย่างสวยงาม บัตรเข้าชมซื้อแค่ครั้งเดียวสามารถเข้าได้ทั้ง 2 พิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9.00 ถึง 17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
ป่าไผ่ฉางหยวนจุ้นกู่เต้า Chang-Yuan Gully Ecology Trail ป่าไผ่ฉางหยวนจุ้นกู่เต้า Chang-Yuan Gully Ecology Trail หากใครได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “Crouching Tiger Hidden Dragon” ที่กำกับการแสดงโดย ผู้กำกับหนังชื่อดังอย่างคุณอั้งลี่แล้ว คงติดตากับฉากป่าไผ่งดงามซึ่งเป็นไฮไลท์ฉากสำคัญในเรื่อง ป่าไผ่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่อยู่ในลิสท์ตัวเลือกอันดับต้นๆของผู้กำกับระดับโลกคนนี้ เส้นทางชมความงามธรรมชาติและทิวป่าไผ่สีเขียวสบายตา กลิ่นไอดินและอากาศเย็นๆตามธรรมชาตินี้ สามารถเดินทางมาถึงได้ไม่ยาก นับว่าเป็นจุดหมายที่ดีสำหรับกิจกรรมครอบครัว ระยะทาง 1.2 กิโลเมตรก็ไม่มากไม่น้อยเกินไป เดินชมวิวเพลินๆ ถ่ายรูปเล่นประมาณชั่วโมงก็สุดระยะพอดี
ไร่ชา Tea Plantation ไร่ชา Tea Plantation ตั้งแต่กลางสมัยศตวรรษที่ 19 ลู่กู่ก็เริ่มมีการปลูกชาเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยเน้นไปที่การผลิตชาต้งติ่งอูหลง ซึ่งเป็นชาคุณภาพดีและต้องปลูกในพื้นที่สูง ไร่ชาหลายที่เปิดให้นักเดินทางได้เยี่ยมชม บางแห่งมีการเปิดให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตชา การชงชาหรือแม้แต่การดูแลไร่ชาผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้การเดินทางของชาแบบดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่ การเก็บเกี่ยวใบชาสดจากต้นด้วยอุปกรณ์และวิธีแบบโบราณ การตากใบชาสด จนถึงกรรมวิธีการผลิตชาจนออกมาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นอกจากได้ความรู้แล้ว ยังได้สัมผัสวิวสวย ทัศนียภาพแบบ 360 องศาท่ามกลางภูเขาจากไร่ สนุกสนานเพลิดเพลินไม่รู้เหนื่อย บางแห่งมีการให้บริการอาหารกลางวัน ซึ่งส่วนใหญ่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติขึ้นชื่อของท้องถิ่นได้สาระแล้ว ยังได้ความบันเทิงและของที่ระลึกฝีมือตัวเองกลับไปชื่นชมหรือเป็นของฝากให้คนที่เรารักอีกด้วย
ภูเขาเฮอหวน Hehuanshan ภูเขาเฮอหวน Hehuanshan ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาปักหลักรอดูแสงแรกของวันกัน จากชิงจิ้งใช้เวลาประมาณ 40 นาที (ทางรถยนต์) เพื่อเดินทางมาถึงจุดชมวิว นอกจากจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามแล้ว ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนไฮเวย์ที่สูงที่สุดของไต้หวันอีกด้วย โดยมีความสูงอยู่ที่ 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเลทุกปีจะมีการแข่งขันปั่นจักรยานจากเมืองผูลี่ Puli ขึ้นสู่อู๋หลิง Wuling Point โดยมีระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร และเป็นทางชันขึ้นเขาเกือบ 2,500 เมตร ตลอดเส้นทาง ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายนเป็นฤดูกาลของดอกกุหลาบป่าหรือ Azalea ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนภูาเฮอหวน เพื่อชมความงามของทุ่งดอกไม้สีชมพูเข้มสลับอ่อนริมหน้าผาเป็นจำนวนมาก ภูเขาเฮอหวนเป็นหนึ่งในภูเขาที่นักเดินป่านิยมมาทดสอบฝีเท้าเพราะมียอดเขาให้พิชิตด้วยกันถึงห้ายอด ได้แก่ Main Peak ระยะทาง 1.8 กิโลเมตรEast Peak ระยะทาง 1 กิโลเมตรNorth Peak ระยะทาง 2 กิโลเมตรWest Peak ระยะทาง 6.7 กิโลเมตร (เส้นทางนี้ต้องขอใบอนุญาตก่อน)Shimen Peak ระยะทาง 784 เมตร หากใครมีแพลนจะขึ้นพิชิตยอดเขา อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อม เพราะนอกจากอุณหภูมิที่เย็นกว่าในเมืองมากแล้ว สภาพอากาศที่แปรปรวน เช่นลมแรงและฝน อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปชมดอกกุหลาบป่า แนะนำให้เลือกเส้นทาง Main Peak และ East Peak
เมนูพิเศษของลู่กู่ Lugu Special Cuisine เมนูพิเศษของลู่กู่ Lugu Special Cuisine หนึ่งในผลิตภัณฑ์ท้องที่ของเขตลู่กู่ ที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดีและรสชาติอร่อยคือหน่อไม้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะเขตนี้อุดมไปด้วยป่าไผ่ที่สมบูรณ์มากมายภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่โบราณทำให้มีการคิดคนสูตรเมนูอาหารซึ่งนำผลผลิตจากธรรมชาติจากท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารมื้ออร่อยหัวใจสำคัญคือการนำอาหาร ใส่เข้าไปในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำไปเผาไฟเพื่อทำให้สุก กลิ่นหอมจากธรรมชาติของกระบอกไผ่ซึมซับเข้าไปในอาหาร โดยเฉพาะข้าวที่หุงจากกระบอกไม้ไผ่โดยวิธีนี้จะมีกลิ่นนุ่มนวล หวานหอมชนิดที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ลำบาก หากมีโอกาสอยากให้ลองลิ้มรสภูมิปัญญาอันแยบยลจากชนรุ่นก่อนนี้กัน นอกจากจะได้เข้าใจวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนยุคก่อนแล้ว ยังได้อิ่มอร่อยจากวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อประจำท้องที่
​สะพานลอยฟ้าชิงจิ้ง Cingjing Skywalk ​สะพานลอยฟ้าชิงจิ้ง Cingjing Skywalk สะพานลอยฟ้าแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อกลางปี 2017 ปัจจุบันความยาวของสะพานอยู่ที่ 1.2 กิโลเมตร และยังคงมีการสร้างขยายเส้นทาง แต่เดิมหากจะชมวิว ถ้าไม่นับว่าแวะไปใช้บริการตามร้านอาหาร ที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการสร้างระเบียงยื่นออกไปในอากาศแล้ว การชมวิวส่วนใหญ่มักมีถนนกั้นอยู่เสมอ สะพานลอยฟ้าแห่งนี้ทำให้เราสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติได้เต็มที่ แบบไม่มีอะไรบดบัง ในวันที่อากาศดีท้องฟ้าเป็นสีครามใส เราสามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา และหากโชคดีบางครั้งมีกลุ่มก้อนเมฆ ลอยผ่านมาเป็นระยะๆ ให้ความรู้สึกเสมือนว่าเรากำลังเดินอยู่ในอากาศเลย